Dysphagia Knowledge Hub — 吞嚥困難知識庫
การประเมินการกลืน — วิธีและบริการในประเทศไทย
การประเมินการกลืนอย่างถูกต้องเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการรักษาและป้องกันภาวะแทรกซ้อน บทความนี้อธิบายวิธีการประเมินการกลืนที่ใช้ในประเทศไทย ตั้งแต่การทดสอบอย่างง่ายที่บ้านไปจนถึงการตรวจเฉพาะทางในโรงพยาบาล
1. การทดสอบน้ำ 3 ออนซ์ (90 มล.)
การทดสอบนี้เป็นวิธีคัดกรองเบื้องต้นที่ทำได้ง่าย เหมาะสำหรับพยาบาลหรือผู้ดูแลที่ผ่านการฝึกอบรม
วิธีทำการทดสอบ
- ให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรง 90 องศา
- เตรียมน้ำเปล่า 90 มล. (3 ออนซ์) ในแก้วธรรมดา
- ให้ดื่มน้ำทั้งหมดโดยไม่หยุดพัก ถ้าทำได้
- สังเกตตลอด 1 นาทีหลังดื่ม
ผลการทดสอบ — ผ่านและไม่ผ่าน
ผ่าน: ดื่มน้ำได้โดยไม่ไอ ไม่สำลัก เสียงพูดชัดเจนปกติหลังดื่ม
ไม่ผ่าน (มีอาการใดอาการหนึ่งต่อไปนี้):
- ไอระหว่างหรือหลังดื่ม
- เสียงพูดเปลี่ยนไป (แหบ, ชื้น, พูดไม่ออก) หลังดื่ม
- สำลัก ไอรุนแรง
- ดื่มไม่ได้เลย
หากไม่ผ่านการทดสอบ ให้ หยุดให้อาหารและน้ำทางปาก และรีบส่งต่อนักอรรถบำบัดหรือแพทย์
2. GUSS — การประเมินการกลืนเบื้องต้น
GUSS (Gugging Swallowing Screen) เป็นเครื่องมือคัดกรองที่ได้รับการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ ใช้กันในโรงพยาบาลไทยหลายแห่ง ประกอบด้วย 2 ส่วน:
ส่วนที่ 1 — การสังเกตทางอ้อม (5 คะแนน)
- ตื่นตัวดีหรือไม่
- กลืนน้ำลายได้หรือไม่
- มีเสียงแหบหรือไม่
- ไอเองได้หรือไม่
- มีน้ำลายไหลมากผิดปกติหรือไม่
ส่วนที่ 2 — การทดสอบการกลืนโดยตรง (15 คะแนน)
ทดสอบตามลำดับ: อาหารกึ่งแข็ง → น้ำ → อาหารแข็ง หยุดทันทีเมื่อพบสัญญาณผิดปกติ
คะแนน GUSS 20: ปกติ — สามารถรับอาหารปกติได้ คะแนน 15–19: เสี่ยงต่ำ — ควรรับอาหาร L6–L7 คะแนน 10–14: เสี่ยงปานกลาง — แนะนำ L4–L5 คะแนน 0–9: เสี่ยงสูง — อาจต้องงดอาหารทางปากชั่วคราว
3. VFSS ในโรงพยาบาลไทย
Videofluoroscopic Swallowing Study (VFSS) หรือการส่องกล้องเอกซเรย์ขณะกลืน เป็นมาตรฐานทองในการประเมินการกลืน
โรงพยาบาลที่ให้บริการ VFSS ในไทย
| โรงพยาบาล | จังหวัด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| โรงพยาบาลศิริราช | กรุงเทพฯ | ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู |
| โรงพยาบาลรามาธิบดี | กรุงเทพฯ | ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู |
| โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ | กรุงเทพฯ | สภากาชาดไทย |
| โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย |
| โรงพยาบาลขอนแก่น | ขอนแก่น | ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู |
| โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ | สงขลา | โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย |
ค่าใช้จ่าย VFSS
ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลรัฐอยู่ที่ประมาณ 1,500–4,000 บาท ขึ้นกับสถานพยาบาล ในโรงพยาบาลเอกชนอาจสูงกว่า 5,000–10,000 บาท
4. สิทธิบัตรทอง 30 บาทครอบคลุมอะไร
สปสช. (บัตรทอง) ครอบคลุม:
- การตรวจประเมินเบื้องต้น โดยแพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาลในเครือข่าย
- การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพในโรงพยาบาล
- การบำบัดฟื้นฟู รวมถึงกิจกรรมบำบัดและกายภาพบำบัด
- นักอรรถบำบัด — ครอบคลุมในบางโรงพยาบาลในเครือข่าย แต่จำนวนผู้เชี่ยวชาญยังมีจำกัด
VFSS — ยังไม่มีนโยบายครอบคลุมชัดเจนสำหรับผู้ป่วยทั่วไป ขึ้นกับโรงพยาบาลและสถานการณ์ทางคลินิก ปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้
5. การส่งต่อนักอรรถบำบัด
ขั้นตอนการขอรับบริการ
- พบแพทย์ทั่วไปหรือแพทย์เฉพาะทาง — แจ้งอาการกลืนลำบาก
- รับใบส่งตัว ไปยังแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักอรรถบำบัด
- พบนักอรรถบำบัด — จะประเมินการกลืน กำหนดอาหาร และวางแผนรักษา
- ติดตามผล — ตามนัดประเมินซ้ำตามที่กำหนด
สมาคมนักอรรถบำบัดไทย
สมาคมนักแก้ไขการพูดแห่งประเทศไทย (SLPAT) มีรายชื่อนักอรรถบำบัดที่ขึ้นทะเบียนทั่วประเทศ สอบถามได้ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในภูมิภาคต่างๆ
6. การปรึกษาออนไลน์
หลังจากโควิด-19 บริการ telemedicine ขยายตัวในไทย:
- โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งให้บริการปรึกษานักอรรถบำบัดออนไลน์
- เหมาะสำหรับการติดตามอาการ การปรับแผนอาหาร หรือการฝึกซ้อมที่บ้าน
- ไม่สามารถแทน VFSS หรือการประเมินแบบตัวต่อตัวได้
การประเมินการกลืนที่ถูกต้องและทันเวลาช่วยลดความเสี่ยงของปอดอักเสบจากการสำลัก ภาวะทุพโภชนาการ และการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ