โปรตีนสำหรับผู้ป่วยกลืนลำบาก

สรุปสั้น: ผู้ป่วยกลืนลำบากต้องการโปรตีน 1.2–1.5 กรัม/กิโลกรัม/วัน เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและเร่งการฟื้นตัว แหล่งโปรตีนที่ปรับให้นุ่มได้ง่าย ได้แก่ ไข่ เต้าหู้ ปลา และโยเกิร์ต


ทำไมโปรตีนจึงสำคัญสำหรับผู้ป่วยกลืนลำบาก

เมื่อการกลืนเป็นเรื่องยาก ผู้ป่วยมักรับประทานได้น้อยลง ส่งผลให้ร่างกายขาดโปรตีนซึ่งจำเป็นต่อ:

การขาดโปรตีนในผู้ป่วยกลืนลำบากสร้างวงจรอันตราย: กล้ามเนื้อกลืนอ่อนแรง → กลืนยากขึ้น → รับประทานได้น้อยลง → กล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้น


ความต้องการโปรตีนต่อวัน

กลุ่มผู้ป่วย โปรตีนที่แนะนำ
ผู้สูงอายุสุขภาพดี 0.8–1.0 ก./กก./วัน
ผู้ป่วยกลืนลำบากทั่วไป 1.2–1.5 ก./กก./วัน
ผู้ป่วยระยะฟื้นตัว (โรคหลอดเลือดสมอง) 1.5–2.0 ก./กก./วัน
ผู้ป่วยมีบาดแผลหรือแผลกดทับ 1.5–2.0 ก./กก./วัน

ตัวอย่างการคำนวณ: ผู้ป่วยหนัก 55 กิโลกรัม ต้องการโปรตีน 66–82.5 กรัม/วัน (55 × 1.2–1.5)


แหล่งโปรตีนที่เหมาะสำหรับอาหาร IDDSI L3–L5

โปรตีนจากสัตว์

ไข่ (โปรตีน 6–7 ก./ฟอง) เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยกลืนลำบาก เพราะปรุงได้หลายแบบ:

ปลา (โปรตีน 20–25 ก./100 ก.) — เนื้อปลานุ่มตามธรรมชาติ:

เต้าหู้ (โปรตีน 8–10 ก./100 ก.) — เหมาะกับทุกระดับ IDDSI:

โปรตีนจากนม

โปรตีนจากพืช


สูตรเพิ่มโปรตีนในมื้ออาหาร

วิธีเพิ่มโปรตีนโดยไม่เพิ่มปริมาณอาหาร

  1. ผงโปรตีนไก่ — ผสมในข้าวต้มหรือซุป ไม่มีกลิ่น เพิ่มได้ 5–10 กรัม/ช้อนโต๊ะ
  2. นมผง — ผสมในอาหารเหลว เพิ่มโปรตีน 3–4 กรัม/ช้อนโต๊ะ
  3. ไข่ขาวสุก — ปั่นละเอียดผสมในซุป ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น
  4. Whey protein — ละลายในนมหรือโยเกิร์ต หาซื้อได้ที่ Boots หรือ Watsons

สูตรโปรตีนสูงสำหรับผู้ป่วยกลืนลำบาก

ซุปไข่โปรตีนสูง (IDDSI L4)

ข้าวต้มโปรตีนเพิ่ม (IDDSI L3)


สัญญาณที่บ่งบอกว่าผู้ป่วยขาดโปรตีน

หากพบอาการเหล่านี้ ควรปรึกษานักโภชนาการหรือแพทย์เพื่อประเมิน serum albumin และ pre-albumin


เคล็ดลับสำหรับผู้ดูแล

  1. แบ่งมื้ออาหารเป็น 5–6 มื้อเล็ก แทน 3 มื้อใหญ่ เพื่อให้ได้โปรตีนรวมตามเป้า
  2. เพิ่มโปรตีนในทุกมื้อ แม้มื้อเล็ก เช่น ขนมปังทาครีมชีส หรือโยเกิร์ตกรีก
  3. บันทึกโปรตีนที่ได้รับ ใช้แอปหรือสมุดจดง่าย ๆ
  4. ไม่บังคับให้รับประทาน เมื่อเหนื่อย ให้พัก แล้วลองใหม่ในอีก 30 นาที
  5. ประเมินน้ำหนักทุกสัปดาห์ ในเวลาและเงื่อนไขเดิม (เช้า ก่อนอาหาร)

เมื่อไรควรพบผู้เชี่ยวชาญ

ในไทย: ติดต่อนักโภชนาการคลินิกที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัด ในฮ่องกง: ขอรับบริการ Dietitian จาก HA (Hospital Authority) หรือคลินิกเอกชน


บทความนี้เป็นข้อมูลทางการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนปรับแผนโภชนาการ