Dysphagia Knowledge Hub — 吞嚥困難知識庫

คู่มือเลือกสารเพิ่มความข้น (Thickener) สำหรับผู้ป่วยกลืนลำบาก — เปรียบเทียบชนิดแป้งกับชนิดแซนแทนกัม

สรุปสั้น ๆ: สารเพิ่มความข้นในท้องตลาดแบ่งได้เป็นสองกลุ่มหลัก คือ ชนิดแป้งดัดแปร (modified starch) ซึ่งราคาถูกแต่ความข้นไม่คงที่ และ ชนิดแซนแทนกัม (xanthan gum) ซึ่งให้ความข้นคงที่ ใส และไม่เปลี่ยนรสชาติแต่ราคาสูงกว่า หลักฐานทางคลินิกตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมาชี้ว่าชนิดแซนแทนกัมปลอดภัยและสม่ำเสมอกว่าสำหรับผู้ป่วยกลืนลำบาก โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับมาตรฐาน IDDSI


ทำไมผู้ป่วยกลืนลำบากจึงต้องใช้สารเพิ่มความข้น

ผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนลำบาก (dysphagia / ภาวะกลืนลำบาก) มีความเสี่ยงสูงที่ของเหลวใสเช่น น้ำเปล่า น้ำชา หรือน้ำผลไม้ — ซึ่งอยู่ในระดับ IDDSI Level 0 (Thin) — จะไหลเข้าสู่หลอดลมแทนหลอดอาหาร เรียกว่า การสำลัก (aspiration) และในกรณีที่ร้ายแรงคือ การสำลักแบบเงียบ (silent aspiration) ซึ่งไม่มีอาการไอให้เห็น ผลที่ตามมาคือ ปอดอักเสบจากการสำลัก (aspiration pneumonia) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในผู้สูงอายุไทยที่มีภาวะกลืนลำบาก (กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, 2565)

สารเพิ่มความข้นทำให้ของเหลวไหลช้าลง ให้เวลาปฏิกิริยาการกลืนทำงานได้ทัน ลดความเสี่ยงการสำลัก และช่วยให้ผู้ป่วยดื่มน้ำได้เพียงพอโดยไม่ต้องจำกัดของเหลวจนขาดน้ำ

International Dysphagia Diet Standardisation Initiative (IDDSI) กำหนดให้วัดความข้นของของเหลวด้วย การทดสอบการไหล (Flow Test) โดยใช้กระบอกฉีดยา 10 มิลลิลิตร ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำและทำได้ที่บ้าน (Cichero et al., Dysphagia, 2017)


สองตระกูลใหญ่ของสารเพิ่มความข้น

1. สารเพิ่มความข้นชนิดแป้งดัดแปร (Starch-based)

ทำจาก แป้งข้าวโพดดัดแปร (modified corn starch) หรือแป้งมันฝรั่ง ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นแรกที่วางตลาดในทศวรรษ 1990–2000 ตัวอย่างในประเทศไทยเช่น Thick & Easy (รุ่นเก่า), Nutilis Powder (รุ่นแรก)

ข้อดี:

ข้อเสีย:

2. สารเพิ่มความข้นชนิดแซนแทนกัม (Xanthan gum-based)

ทำจาก แซนแทนกัม (polysaccharide จากการหมักด้วย Xanthomonas campestris) มักผสมกับ มอลโตเด็กซ์ตริน (maltodextrin) หรือ กัวกัม (guar gum) ตัวอย่างในประเทศไทยเช่น Nutilis Clear, Resource ThickenUp Clear, SimplyThick (นำเข้า)

ข้อดี:

ข้อเสีย:


ตารางเปรียบเทียบโดยสรุป

คุณสมบัติ ชนิดแป้ง ชนิดแซนแทนกัม
ความคงตัวตามเวลา (drift) ❌ เปลี่ยนแปลงใน 15–30 นาที ✅ คงที่
ต้านอะไมเลสในน้ำลาย ❌ ถูกย่อย ✅ ไม่ถูกย่อย
ความใส ❌ ขุ่น ✅ ใส
รสชาติ ❌ มีรสแป้ง ✅ ไม่มีรส
แคลอรี สูงกว่า (~35 kcal/ช้อนโต๊ะ) ต่ำ (~8 kcal/ช้อนโต๊ะ)
ราคา ถูกกว่า แพงกว่า 2–3 เท่า
เหมาะกับเครื่องดื่มร้อน บางยี่ห้อต้องใช้ร้อน ใช้ได้ทั้งร้อน/เย็น
ความเสี่ยงผู้ป่วยเบาหวาน ต้องระวังค่า GI ปลอดภัยกว่า

วิธีเลือกสารเพิ่มความข้นให้เหมาะกับผู้ป่วย

สถานการณ์ที่ 1: ผู้ป่วยกลืนลำบากเรื้อรังที่บ้าน

แนะนำ: ชนิดแซนแทนกัม

เหตุผล: ผู้ดูแลที่บ้านมักชงแล้วเสิร์ฟทันทีไม่ได้เสมอไป (ต้องเตรียมล่วงหน้าสำหรับมื้อหลายมื้อ) ความข้นที่คงที่จึงสำคัญมาก นอกจากนี้ผู้สูงอายุไทยมักชอบชา กาแฟ และน้ำสมุนไพรซึ่งจะถูกทำให้ขุ่นจากแป้งจนน่ารังเกียจ การใช้แซนแทนกัมช่วยให้ผู้ป่วยไม่ปฏิเสธการดื่มน้ำ

สถานการณ์ที่ 2: ผู้ป่วยในโรงพยาบาลระยะสั้น (หลังผ่าตัด/stroke ระยะฟื้นตัว)

ทั้งสองชนิดใช้ได้ — ขึ้นอยู่กับนโยบายของแผนกอาหารโรงพยาบาล หลายโรงพยาบาลในประเทศไทย เช่น โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลศิริราช ได้เปลี่ยนมาใช้ชนิดแซนแทนกัมเป็นมาตรฐานตั้งแต่ปี 2019–2022

สถานการณ์ที่ 3: ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือโรคไต

แนะนำ: ชนิดแซนแทนกัม

สารเพิ่มความข้นชนิดแป้งเพิ่มคาร์โบไฮเดรตและดัชนีน้ำตาลในเลือด ส่วนชนิดแซนแทนกัมมีแคลอรีและคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่า 5 เท่า จึงเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และผู้ที่ต้องควบคุมน้ำหนัก

สถานการณ์ที่ 4: ผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาลาริง (น้ำยาบ้วนปาก น้ำยาละลายยาเม็ด)

แนะนำ: ชนิดแซนแทนกัม เพราะไม่รบกวนเภสัชจลนศาสตร์ (bioavailability) ของยาส่วนใหญ่ ในขณะที่ชนิดแป้งอาจจับยาบางตัว (เช่น warfarin) และลดประสิทธิภาพ (Tomita et al., Dysphagia, 2017)

สถานการณ์ที่ 5: ผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูกเรื้อรัง

พิจารณา: ชนิดแป้ง — แซนแทนกัมบางยี่ห้อมีใยอาหารสูงที่อาจช่วยบรรเทาท้องผูก แต่บางรายกลับรู้สึกท้องอืดมากขึ้น ต้องทดลองกับผู้ป่วยแต่ละราย


ขั้นตอนการผสมสารเพิ่มความข้นที่ถูกต้อง

  1. อ่านฉลาก — ตรวจสอบปริมาณผงที่ใช้ต่อของเหลว 100 มิลลิลิตรสำหรับแต่ละระดับ IDDSI (Level 1, 2, 3, 4)
  2. ตวงของเหลวให้พอดี — ใช้ถ้วยตวงหรือช้อนตวงมาตรฐาน อย่าประมาณด้วยสายตา
  3. เทผงลงในของเหลวช้า ๆ พร้อมคนทันที ด้วยส้อมหรือช้อนโลหะเป็นเวลา 20–30 วินาที (ห้ามใช้ช้อนพลาสติกบางเพราะคนไม่ทั่ว)
  4. รอให้คงตัว — ชนิดแป้ง 1–2 นาที, ชนิดแซนแทนกัม 30 วินาที–1 นาที
  5. ทดสอบด้วยกระบอกฉีดยา 10 มิลลิลิตร (IDDSI Flow Test) — ดูปริมาตรที่เหลือหลังปล่อยไหล 10 วินาที:
    • เหลือ 0–1 mL = Level 0 (Thin) ❌ ยังไม่ข้นพอ
    • เหลือ 1–4 mL = Level 1 (Slightly Thick)
    • เหลือ 4–8 mL = Level 2 (Mildly Thick)
    • เหลือ 8–10 mL = Level 3 (Moderately Thick)
    • ไหลไม่ได้ = Level 4 (Extremely Thick) หรือของกึ่งแข็ง

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม อ่านบทความของเรา วิธีทดสอบเนื้อสัมผัสอาหารที่บ้านตามมาตรฐาน IDDSI


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง

  1. ผสมสำหรับมื้อถัดไปล่วงหน้าด้วยชนิดแป้ง — ความข้นจะเปลี่ยนแปลงจนถึงเวลาเสิร์ฟ เครื่องดื่มที่ตั้งใจให้เป็น Level 2 อาจกลายเป็น Level 4 ใช้แซนแทนกัมแทนหากจำเป็นต้องเตรียมล่วงหน้า
  2. ใช้สารเพิ่มความข้นกับเครื่องดื่มที่มีเนื้อเช่นนมปั่นผลไม้ — ไม่เหมาะ เนื่องจากเนื้อผลไม้อาจสร้าง lumps ที่เสี่ยงต่อการสำลัก ใช้เครื่องปั่นมือแทนเพื่อให้เนื้อเดียวกัน
  3. ผสมแซนแทนกัมด้วยการคนช้าเกินไป — ทำให้จับเป็นก้อน (lumping) ต้องคนทันทีและคนแรง
  4. ให้ผู้ป่วยดื่มทันทีโดยไม่รอให้สารเพิ่มความข้นคงตัว — อาจได้ความข้นผิดจากที่ตั้งใจ
  5. ใช้ช้อนโต๊ะแทนช้อนตวง — ช้อนในครัวไทยมีขนาดแตกต่างกันมาก ลงทุน 50 บาทซื้อชุดช้อนตวงได้
  6. ไม่บันทึกปริมาณน้ำดื่มต่อวัน — ผู้ป่วยกลืนลำบากมักดื่มน้ำน้อยลงเพราะไม่ชอบเนื้อสัมผัสของน้ำข้น ทำให้ ขาดน้ำ (dehydration) ควรบันทึกและตั้งเป้าให้ได้อย่างน้อย 1,500 มิลลิลิตรต่อวัน (หรือตามที่แพทย์สั่ง)

สถานที่ซื้อในประเทศไทย

ราคาอ้างอิง (เมษายน 2026):


บทสรุป

สำหรับผู้ป่วยกลืนลำบากส่วนใหญ่ในประเทศไทย สารเพิ่มความข้นชนิดแซนแทนกัม เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและมีความสม่ำเสมอกว่า แม้ราคาจะสูงกว่าก็ตาม หลักฐานจากการศึกษาทางคลินิกสนับสนุนการใช้งานสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุในการลดความเสี่ยงการสำลักและปอดอักเสบจากการสำลัก อย่างไรก็ตาม การเลือกควรพิจารณาตามปัจจัยเฉพาะบุคคล ได้แก่ งบประมาณครอบครัว โรคประจำตัว ความสามารถในการเตรียมอาหาร และการยอมรับรสชาติของผู้ป่วยเอง

ควรปรึกษา นักกำหนดอาหารทางการแพทย์ (Clinical Dietitian) หรือ นักกิจกรรมบำบัดที่เชี่ยวชาญด้านการกลืน (Swallowing Specialist) เพื่อกำหนดระดับ IDDSI ที่เหมาะสมก่อนเริ่มใช้สารเพิ่มความข้นประจำ


แหล่งอ้างอิง

บทความนี้สรุปข้อมูลจากแนวทาง IDDSI และเอกสารทางคลินิกที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ สำหรับการตัดสินใจทางคลินิก กรุณาอ้างอิงเอกสารทางการล่าสุดและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์


อัปเดตล่าสุด: 2026-04-19 · สัญญาอนุญาต: CC BY 4.0 · ดูแลโดย SeniorDeli (Carewells) — วิสาหกิจเพื่อสังคมในฮ่องกงที่ผลิตอาหารดูแลตามมาตรฐาน IDDSI สำหรับผู้ป่วยกลืนลำบาก หน้านี้เป็นเพียงเนื้อหาเพื่อการศึกษา ดู เกี่ยวกับเรา สำหรับพันธมิตรทางคลินิกและพันธกิจเพื่อสังคมของเรา