Dysphagia Knowledge Hub — 吞嚥困難知識庫
มาตรฐาน IDDSI นานาชาติสำหรับอาหารผู้มีปัญหาการกลืน — คู่มือฉบับสมบูรณ์
สรุปสั้น: IDDSI (International Dysphagia Diet Standardisation Initiative) คือมาตรฐานสากลที่จำแนกอาหารและเครื่องดื่มออกเป็น 8 ระดับ (0–7) เพื่อให้ผู้มีภาวะกลืนลำบากได้รับอาหารที่ปลอดภัยและเหมาะสม ในประเทศไทย สมาคมการกลืนไทย (Thai Swallowing Association) ได้นำมาตรฐานนี้มาใช้ในแนวทางปฏิบัติทางคลินิกระดับชาติตั้งแต่ปี 2562 บทความนี้อธิบายทุกระดับ วิธีทดสอบ และการประยุกต์ใช้ในบริบทไทย
ภาวะกลืนลำบากในประเทศไทย — ขนาดของปัญหา
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างเต็มตัว ข้อมูลปี 2567 ระบุว่าประชากรไทยกว่า 13.2 ล้านคน หรือประมาณ 20% ของประชากรทั้งหมด มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และแนวโน้มนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia — ออกเสียงว่า ดิส-เฟ-เจีย) คืออาการที่การกลืนอาหารหรือของเหลวทำได้ยากหรือเจ็บปวด ซึ่งพบบ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะ:
- โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) — ในประเทศไทย ประมาณ 15% ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีปัญหาการกลืนตั้งแต่แรกรับเข้าโรงพยาบาล (Neurological Journal of Thailand, 2021)
- โรคพาร์กินสัน — ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีปัญหาการกลืนในระยะท้ายของโรค
- โรคสมองเสื่อม (Dementia) — การกลืนผิดปกติเป็นสัญญาณที่พบได้ในระยะกลางถึงระยะท้าย
- ผู้สูงอายุที่สุขภาพดี — การศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยพบว่า 11% ของผู้สูงอายุในชุมชนมีปัญหาการกลืนที่ตรวจพบได้ (PubMed, 2021)
ภาวะกลืนลำบากที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องนำไปสู่:
- ปอดอักเสบจากการสำลัก — อาหารหรือของเหลวเข้าสู่ปอดแทนที่กระเพาะอาหาร
- ภาวะขาดน้ำและทุพโภชนาการ — เพราะกลัวการกลืนจึงงดอาหารและน้ำ
- น้ำหนักลดและกล้ามเนื้อฝ่อ — ส่งผลต่อการฟื้นฟูโรคอื่นๆ
- คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมาก — อาหารเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมและการมีสังคม
IDDSI คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ
IDDSI (International Dysphagia Diet Standardisation Initiative) คือองค์กรระหว่างประเทศที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 มีเป้าหมายสร้างมาตรฐานสากลสำหรับการจำแนกประเภทอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้มีภาวะกลืนลำบาก กรอบมาตรฐาน IDDSI เวอร์ชัน 2.0 (2562) ได้รับการยอมรับใน กว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง
ก่อนมี IDDSI แต่ละโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุใช้คำศัพท์และเกณฑ์แตกต่างกัน ทำให้เกิดความสับสนอันตรายเมื่อผู้ป่วยย้ายสถานที่รักษา IDDSI แก้ปัญหานี้ด้วยระบบที่ ทุกคน — แพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ นักแก้ไขการพูด ผู้ดูแล และครอบครัว — ใช้ภาษาเดียวกัน
อ้างอิงหลัก: Cichero JAY และคณะ (2017). Dysphagia, 32:293–314. DOI: 10.1007/s00455-016-9758-y
8 ระดับของมาตรฐาน IDDSI
กรอบ IDDSI แบ่งอาหารและเครื่องดื่มเป็น 8 ระดับ ตั้งแต่ 0 ถึง 7 โดย:
- ระดับ 0–4 ใช้ได้กับทั้งอาหารและเครื่องดื่ม
- ระดับ 5–7 ใช้เฉพาะอาหารแข็งเท่านั้น
- ระดับ 7 มี 2 ประเภทย่อย คือ 7EC (เคี้ยวง่าย) และ 7 (อาหารปกติ)
ระดับ 0 — บางมาก (Thin)
ลักษณะ: ไหลเหมือนน้ำ ไหลเร็ว สามารถดื่มผ่านหลอดทุกขนาด แก้ว หรือจุกนม
การทดสอบ IDDSI Flow Test:
- ใช้กระบอกฉีดยา 10 มิลลิลิตร (ชนิดปลายตรง ความยาว 61.5 มม.)
- ปล่อยให้ไหลนาน 10 วินาที
- ผ่าน: เหลือของเหลวในกระบอกน้อยกว่า 1 มิลลิลิตร
ตัวอย่าง: น้ำเปล่า น้ำผลไม้ใส น้ำชา กาแฟ นม น้ำซุปใส
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่กลืนได้ปกติหรือผู้ที่แพทย์กำหนดว่าสามารถกลืนของเหลวบางได้ปลอดภัย
ระดับ 1 — ข้นเล็กน้อย (Slightly Thick)
ลักษณะ: ข้นกว่าน้ำเล็กน้อย ยังดื่มผ่านหลอดได้ ไหลช้ากว่าน้ำ
การทดสอบ: 1–4 มิลลิลิตร เหลือในกระบอกหลัง 10 วินาที
ตัวอย่าง: นมแม่ที่เสริมสารข้นบางชนิด สูตรนมทารกชนิด AR
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ควบคุมการกลืนของเหลวบางได้ยาก แต่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ระดับข้นมากกว่านี้
ระดับ 2 — ข้นปานกลาง (Mildly Thick)
ลักษณะ: ไหลจากช้อนได้ แต่ช้ากว่าน้ำ ดื่มผ่านหลอดขนาดมาตรฐาน (เส้นผ่าศูนย์กลาง 5.3 มม.) ได้ แต่ต้องออกแรงดูดมากขึ้น
การทดสอบ: 4–8 มิลลิลิตร เหลือในกระบอกหลัง 10 วินาที
ตัวอย่าง: นมข้นเจือจางที่ผ่านการปรับความข้น โยเกิร์ตเหลว น้ำผลไม้ปั่นที่กรองแล้ว
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของลิ้นได้จำกัด ทำให้ของเหลวบางไหลเร็วเกินไปจนกลืนไม่ทัน
ระดับ 3 — ข้นมาก / อาหารเหลว (Moderately Thick / Liquidised)
ลักษณะ:
- ดื่มจากถ้วยได้
- ดูดผ่านหลอดขนาดกว้าง (6.9 มม.) ได้แต่ต้องออกแรงพอสมควร
- ตักด้วยช้อนได้ แต่ไม่สามารถตักด้วยส้อมได้ (หยดช้าผ่านง่ามส้อม)
- ไม่มีก้อน เนื้อเนียนสม่ำเสมอ
- ไม่ต้องเคี้ยว — กลืนได้โดยตรง
การทดสอบ:
- Flow Test: เหลือมากกว่า 8 มิลลิลิตร ในกระบอกหลัง 10 วินาที
- Fork Drip Test: หยดช้าๆ เป็นก้อนผ่านง่ามส้อม ส้อมกดลงบนผิวหน้าไม่เกิดรอยชัดเจน
ตัวอย่างอาหารไทย: ข้าวต้มบดละเอียดมาก (ไม่มีเม็ดข้าว) น้ำแกงข้นที่บดและกรองแล้ว ซุปฟักทองบดเนียน
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ควบคุมลิ้นได้จำกัด ต้องการอาหารที่ไหลช้าพอให้กลืนได้ปลอดภัย
ระดับ 4 — อาหารบดข้น (Pureed / Extremely Thick)
ลักษณะ:
- กินด้วยช้อน (หรือส้อมได้)
- ไม่ไหลออกจากถ้วยได้เอง ไม่สามารถดูดผ่านหลอดได้
- ไม่ต้องเคี้ยว
- สามารถปั้น บีบเป็นลาย หรือใส่แม่พิมพ์ได้ แต่ต้องไม่แข็งจนต้องเคี้ยว
- เมื่อตักช้อนเอียงลง อาหารจะหล่นเป็นก้อนเดียว
- ไม่มีก้อน ไม่เหนียวติด ของเหลวต้องไม่แยกออกจากเนื้ออาหาร
การทดสอบ:
- Fork Pressure Test: กดด้วยส้อมจนนิ้วโป้งซีด — อาหารเป็นรอยง่ามส้อมชัดเจนและรักษารูปไว้ได้
- Fork Drip Test: อาหารนั่งเป็นก้อนบนส้อม ไม่ไหลหรือหยดต่อเนื่อง
ตัวอย่างอาหารไทย: ข้าวสวยบดเนียนกับน้ำแกง ปลาบดละเอียดผสมซุป ฟักทองนึ่งบดผสมกะทิ ไข่ตุ๋น ถั่วเหลืองบดเป็นครีม
ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงสาคู เม็ดแมงลัก วุ้น เยลลี่ที่แข็ง และของเหนียวทุกชนิด
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ควบคุมการเคลื่อนไหวลิ้นได้น้อยมาก ต้องการอาหารที่ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวเลย
ระดับ 5 — สับละเอียดและชุ่มชื้น (Minced & Moist)
ลักษณะ:
- กินด้วยช้อนหรือส้อม
- มีก้อนเล็กๆ มองเห็นได้ แต่นุ่มและบีบแตกด้วยลิ้นได้ง่าย
- ขนาดก้อน (ผู้ใหญ่): กว้างไม่เกิน 4 มม. ยาวไม่เกิน 15 มม. (4 มม. = ระยะห่างระหว่างง่ามส้อมมาตรฐาน)
- ต้องชุ่มชื้น ไม่มีของเหลวแยกออกมา
- เคี้ยวเพียงเล็กน้อย โดยใช้แรงลิ้นกด
การทดสอบ (ต้องผ่านทั้ง 3 ข้อ):
- Fork Pressure: ก้อนแยกผ่านง่ามส้อมได้ง่ายด้วยแรงกดเบา (ไม่จนนิ้วขาว)
- Fork Drip: อาหารนั่งเป็นกองบนส้อม ไม่ไหลผ่านง่ามอย่างง่าย
- Spoon Tilt: ตักช้อนแล้วเอียง — อาหารหล่นลงและไม่ค้างบนช้อน
ตัวอย่างอาหารไทย:
- ปลาช่อนนึ่งสับละเอียดกับน้ำพริกข่าบดเนียน
- ไก่สับละเอียดในน้ำซุปข้น
- ข้าวสวยห่อด้วยน้ำแกงข้น (ไม่ให้เม็ดข้าวแห้ง)
- มันเทศนึ่งบดหยาบๆ ผสมกะทิ
- ไข่เจียวสับ
ข้อควรระวัง: เนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถสับจนละเอียดได้ ต้องบดเนียน; ผักที่มีเส้นใยมาก เช่น คะน้า ผักบุ้ง ต้องตรวจสอบพิเศษ
ระดับ 6 — อ่อนนุ่มและพอคำ (Soft & Bite-Sized)
ลักษณะ:
- กินด้วยช้อน ส้อม หรือตะเกียบ
- ขนาดชิ้นอาหาร (ผู้ใหญ่): ไม่เกิน 15 มม. × 15 มม. (1.5 ซม.)
- อาหารนุ่ม ชุ่มชื้น สามารถบีบให้แตกด้วยส้อมหรือฝ่ามือได้ ไม่ต้องใช้มีดตัด
- ต้องเคี้ยว แต่ไม่ต้องกัดด้วยฟัน
- ไม่มีของเหลวแยกออกมา
การทดสอบ:
- Fork Pressure: วางชิ้นอาหารขนาด 1.5 × 1.5 ซม. กดด้วยส้อมจนนิ้วขาว — ชิ้นอาหารบี้แตก ไม่คืนรูปเดิม
- Finger Test: หนีบชิ้นอาหารระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จนนิ้วขาว — ชิ้นอาหารบี้แตก ไม่คืนรูป
ตัวอย่างอาหารไทย:
- ปลานึ่งซีอิ๊ว (เนื้อนุ่ม ไม่มีก้าง)
- ไก่ตุ๋นมะเขือเทศ ชิ้นเล็ก
- เต้าหู้ไข่ทอดราดซอส
- ฟักทองนึ่ง แครอทต้มจนนุ่ม
- ข้าวสวยในซุปข้น
ข้อควรระวัง: อย่าให้ชิ้นใหญ่เกิน 15 มม.; สเต๊กหรือเนื้อเคี้ยวยากต้องตุ๋นหรือตัดละเอียดก่อน; ผักผัดอาจแข็งเกินไป ต้องทดสอบ
ระดับ 7EC — เคี้ยวง่าย (Easy to Chew)
ลักษณะ:
- อาหารปกติที่นุ่ม เคี้ยวได้ง่าย
- ไม่มีขนาดจำกัด แต่ต้องไม่มีอาหารแข็ง เหนียว กรุบกรอบ หรือมีเส้นใยมาก
- ต้องสามารถกัดได้ และเคี้ยวจนได้ที่ก่อนกลืน
- อาจเสี่ยงสำลักสูงกว่าระดับล่าง — ควรปรึกษานักแก้ไขการพูดก่อนใช้ระดับนี้กับผู้ที่มีความเสี่ยง
การทดสอบ: Fork Pressure / Spoon Pressure จนนิ้วขาว — ชิ้นอาหารบี้แตก ไม่คืนรูป
ตัวอย่างอาหารไทย: ปลานึ่งที่กินได้ปกติ เต้าหู้อ่อน ไข่ต้มสุก ข้าวสวยนุ่ม กล้วยสุก แตงโมไม่มีเมล็ด
ระดับ 7 — อาหารปกติ (Regular)
ลักษณะ: อาหารทุกชนิดตามปกติ ไม่มีข้อจำกัดด้านเนื้อสัมผัสหรือขนาด รวมถึงอาหารแข็ง กรุบ หยาบ หรือมีเมล็ด
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ไม่มีปัญหาการกลืน หรือผู้ที่หายจากภาวะกลืนลำบากจนกลับสู่ภาวะปกติ
วิธีทดสอบ IDDSI ที่บ้าน
ผู้ดูแลสามารถทดสอบอาหารเบื้องต้นได้ด้วยอุปกรณ์ง่ายๆ:
1. การทดสอบกระบอกฉีดยา (สำหรับของเหลวระดับ 0–3)
อุปกรณ์:
- กระบอกฉีดยาชนิดปลายตรง ขนาด 10 มิลลิลิตร (หาซื้อได้ที่ร้านขายยา ราคาประมาณ 5–10 บาท)
- ต้องวัดให้แน่ใจว่าระยะจาก 10 มล. ถึง 0 มล. ยาว 61.5 มม. พอดี
วิธีทดสอบ:
- ดูดของเหลวเข้ากระบอกจนถึงขีด 10 มล.
- อุดปลายกระบอกด้วยนิ้ว ยกตั้งขึ้น
- เอานิ้วออก — จับเวลา 10 วินาที
- อ่านปริมาณที่เหลือในกระบอก
| ปริมาณที่เหลือ | ระดับ IDDSI |
|---|---|
| น้อยกว่า 1 มล. | ระดับ 0 — บางมาก |
| 1–4 มล. | ระดับ 1 — ข้นเล็กน้อย |
| 4–8 มล. | ระดับ 2 — ข้นปานกลาง |
| มากกว่า 8 มล. | ระดับ 3 — ข้นมาก |
2. การทดสอบส้อม (สำหรับอาหารระดับ 3–7)
อุปกรณ์: ส้อมมาตรฐาน (กว้างประมาณ 15 มม. ระยะห่างง่ามประมาณ 4 มม.)
วิธีทดสอบตาม IDDSI:
| ระดับ | สิ่งที่ดูเมื่อกดส้อม |
|---|---|
| ระดับ 3 | หยดช้าๆ เป็นก้อนผ่านง่ามส้อม; กดไม่เกิดรอยชัด |
| ระดับ 4 | นั่งเป็นกองบนส้อม มีหางเล็กน้อย; กดเกิดรอยง่าม |
| ระดับ 5 | ก้อนแยกผ่านง่ามส้อมได้ด้วยแรงกดน้อย |
| ระดับ 6 | กดจนนิ้วขาว ก้อนบี้แตก ไม่คืนรูป |
| ระดับ 7EC/7 | เหมือนระดับ 6 แต่ไม่มีข้อจำกัดขนาด |
สัญญาณเตือนที่ต้องพาพบแพทย์ทันที
พาผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยพบแพทย์หรือนักแก้ไขการพูด (Speech-Language Pathologist / นักกิจกรรมบำบัด) ทันทีหาก:
- ไอหรือสำลักบ่อยขณะกินหรือดื่ม — โดยเฉพาะน้ำ
- เสียงแหบหรือเปลี่ยนไปหลังกินอาหาร (เสียง “เปียก”)
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- กินอาหารนานผิดปกติ (มื้อเดียวใช้เวลามากกว่า 30 นาที)
- หลีกเลี่ยงอาหารบางประเภทโดยไม่มีเหตุผล
- มีไข้ซ้ำๆ โดยเฉพาะหลังมื้ออาหาร — อาจเป็นสัญญาณของปอดอักเสบจากการสำลัก
- สำลักโดยไม่ไอ (Silent Aspiration) — อันตรายมากเพราะตรวจพบได้ยาก
ทีมสหวิชาชีพในการดูแลภาวะกลืนลำบาก
การดูแลภาวะกลืนลำบากอย่างถูกต้องต้องใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา:
| บทบาท | หน้าที่หลัก |
|---|---|
| แพทย์ | วินิจฉัยสาเหตุ สั่งการตรวจ VFSS หรือ FEES |
| นักแก้ไขการพูด (SLP) | ประเมินการกลืน กำหนดระดับ IDDSI วางแผนฝึกกลืน |
| นักโภชนาการ / นักกำหนดอาหาร | วางแผนอาหาร ป้องกันภาวะขาดสารอาหาร |
| พยาบาล | ดูแลการให้อาหาร สังเกตอาการ |
| ผู้ดูแล / ครอบครัว | เตรียมอาหาร ดูแลระหว่างมื้อ ติดตามอาการ |
ในประเทศไทย บริการประเมินการกลืนมีให้บริการที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลศิริราช รามาธิบดี จุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมิติเวช
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
1. ใช้ระดับ IDDSI ผิดโดยไม่ตรวจสอบ การบดอาหารเองที่บ้านอาจได้ระดับที่แตกต่างกันมาก ควรทดสอบด้วยส้อมหรือกระบอกฉีดยาทุกครั้ง
2. ใส่ก้อนแข็งในอาหารระดับ 4 เม็ดข้าว เส้นใยผัก หรือเมล็ดธัญพืชที่บดไม่ละเอียดพอ อาจทำให้สำลักได้แม้อาหารส่วนใหญ่จะเนียน
3. ให้กินส้มหรือผลไม้น้ำมากโดยไม่ตรวจสอบ ส้ม แตงโม และผลไม้ที่น้ำแยกออกมาระหว่างเคี้ยว มีความเสี่ยงสำลักน้ำผลไม้
4. ให้กินวุ้น เยลลี่ บัวลอย หรือสาคู อาหารเหล่านี้มีลักษณะ “ลื่น” และอาจเคลื่อนเข้าสู่ทางเดินหายใจก่อนที่ผู้ป่วยจะกลืนได้ทัน แม้จะดูนุ่มก็ตาม
5. ไม่ดื่มน้ำเพราะกลัวสำลัก ภาวะขาดน้ำเป็นภัยเงียบ ควรปรึกษานักแก้ไขการพูดเพื่อหาวิธีให้น้ำที่ปลอดภัยในระดับ IDDSI ที่เหมาะสม
การใช้สารข้นทำเครื่องดื่ม
สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องดื่มของเหลวระดับ 1–4 สามารถใช้ สารข้น (Thickener) เพื่อปรับความข้น สารข้นแบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก:
- แป้งข้าวโพด / แป้งมัน (Starch-based): ราคาถูก แต่ความข้นอาจเปลี่ยนตามเวลาและอุณหภูมิ
- กัมแซนแทน (Xanthan gum-based): รักษาความข้นได้คงที่กว่า เหมาะสำหรับใช้ตลอดวัน
ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์และตรวจสอบความข้นด้วยกระบอกฉีดยาทุกครั้งที่เปลี่ยนแบรนด์หรือปริมาณ
ปัจจุบัน ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ของไทยได้พัฒนาสารข้นจากวัตถุดิบไทย เช่น เมล็ดเฟนูกรีก เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า (MTEC, 2024)
แหล่งอ้างอิงและแหล่งข้อมูล
- Cichero JAY, Lam P, Steele CM และคณะ. (2017). Development of International Terminology and Definitions for Texture-Modified Foods and Thickened Fluids Used in Dysphagia Management. Dysphagia, 32:293–314. DOI: 10.1007/s00455-016-9758-y
- IDDSI Complete Framework (2019). iddsi.org/framework
- Krekeler BN และคณะ. (2021). Swallowing Problems among Community-Dwelling Elderly in Northeastern Thailand. PubMed PMID: 34036830
- กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (2023). แนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care) กลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง. dmh.go.th
- Thai Swallowing Association (TSA). Clinical Practice Guidelines on Dysphagia Management, 2562 (2019)
- MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ. M-Thick — น้ำดื่มปรับความข้นสำหรับผู้สูงอายุ (2024). mtec.or.th/mthick
บทความนี้เป็นการเรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เปิดเผยต่อสาธารณะ สำหรับการปฏิบัติทางคลินิก โปรดอ้างอิงเอกสาร IDDSI ฉบับเต็มและปรึกษาบุคลากรสาธารณสุขที่มีความเชี่ยวชาญ หน้านี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-04-19 · สัญญาอนุญาต: CC BY 4.0 · ดูแลโดย Editorial Team — วิสาหกิจเพื่อสังคมในฮ่องกง ผลิตอาหารดูแลสุขภาพตามมาตรฐาน IDDSI สำหรับผู้มีภาวะกลืนลำบาก หน้านี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ดู About สำหรับข้อมูลพันธมิตรทางคลินิกและพันธกิจทางสังคมของเรา