Dysphagia Knowledge Hub — 吞嚥困難知識庫

IDDSI ระดับ 2 ของเหลวข้นเล็กน้อย (Mildly Thick) — คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับประเทศไทย

สรุปสั้น: IDDSI ระดับ 2 คือ “ของเหลวข้นเล็กน้อย” (Mildly Thick) — ข้นกว่าน้ำเปล่าแต่ยังสามารถดูดผ่านหลอดได้ เทจากถ้วยได้ และไหลผ่านง่ามส้อมเป็นสายต่อเนื่อง ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีความยากลำบากกับของเหลวบาง (thin liquids) ในระยะเบาถึงปานกลาง การทดสอบหลักคือ IDDSI Flow Test ด้วยกระบอกฉีดยา 10 มล. — ระดับ 2 จะมีของเหลวเหลือระหว่าง 4-8 มล. หลังจากปล่อยไหลอิสระ 10 วินาที

ประเด็นสำคัญโดยย่อ:


1. IDDSI ระดับ 2 คืออะไรกันแน่

กรอบมาตรฐานสากล IDDSI 2.0 (ฉบับปรับปรุง กรกฎาคม 2019 พร้อม errata 2020) นิยามระดับ 2 ว่า “Mildly Thick” ซึ่งในเอกสารภาษาจีนดั้งเดิมแปลว่า 稍微稠(微杰) และในประเทศไทยนักกิจกรรมบำบัดและนักแก้ไขการพูด (speech-language pathologists) ใช้คำว่า “ของเหลวข้นเล็กน้อย” หรือ “ระดับข้นเบา” [1]

คุณสมบัติหลักของระดับ 2:

ข้อแตกต่างจากระดับใกล้เคียง:

คุณสมบัติ ระดับ 1 (ข้นนิดหน่อย) ระดับ 2 (ข้นเล็กน้อย) ระดับ 3 (ข้นปานกลาง)
Flow Test 10 มล. (เหลือหลัง 10 วิ) 1-4 มล. 4-8 มล. >8 มล.
ดูดผ่านหลอดมาตรฐาน ได้ง่าย ได้แต่ใช้แรง ไม่ได้ (ต้องใช้หลอดใหญ่ 6.9 มม.)
ตักด้วยช้อน ไหลออกเร็วมาก ไหลเป็นสาย ไหลช้าๆ เกาะช้อนเล็กน้อย
เทียบ NDD เก่า ระหว่าง thin กับ nectar Nectar-thick Honey-thick

2. การทดสอบอย่างเป็นทางการ: IDDSI Flow Test

การทดสอบระดับ 2 ที่ยอมรับในคลินิกทั่วโลกคือ IDDSI 10 mL Slip-Tip Syringe Flow Test [1] ซึ่งเป็นการทดสอบมาตรฐานเดียวกับที่ใช้สำหรับระดับ 0, 1, 2, และ 3

วิธีการทดสอบทีละขั้นตอน:

  1. ใช้กระบอกฉีดยา (syringe) ชนิด slip-tip (ไม่ใช่ luer-lock) ขนาด 10 มล. — หาซื้อได้ที่ร้านยาทั่วไปในไทย (ราคาประมาณ 5-10 บาท/ชิ้น) หรือตามโรงพยาบาล
  2. ปิดปลายกระบอกด้วยนิ้วชี้ (ไม่ต้องถอด plunger)
  3. เทของเหลวที่ต้องการทดสอบลงในกระบอกจนถึงเครื่องหมาย 10 มล.
  4. ยกกระบอกให้ตั้งตรง ปล่อยนิ้วที่ปิดปลายพร้อมกับเริ่มจับเวลา
  5. หลังจาก 10 วินาทีพอดี ปิดปลายอีกครั้งด้วยนิ้วชี้
  6. อ่านค่าปริมาตรที่ เหลืออยู่ในกระบอก

การแปลผล:

เคล็ดลับสำคัญสำหรับการทดสอบในบริบทไทย:


3. ข้อบ่งชี้ทางคลินิก — ใครควรใช้ระดับ 2

ในบริบทของประเทศไทย ระดับ 2 เป็นระดับที่นักแก้ไขการพูด (speech-language pathologists / นักอรรถบำบัด) และนักกิจกรรมบำบัด (OT) ในโรงพยาบาลรัฐ เช่น รพ.ศิริราช รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.รามาธิบดี และ รพ.เครือข่ายสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สั่งใช้บ่อยที่สุด เมื่อเทียบกับระดับ 3 เนื่องจากเป็นระดับ “เริ่มต้น” ที่รบกวนคุณภาพชีวิตน้อยที่สุด

กลุ่มผู้ป่วยที่มักได้รับคำแนะนำระดับ 2:

  1. ผู้สูงอายุที่มี presbyphagia ระยะต้น — พบในกว่า 30% ของผู้สูงอายุไทยอายุ 65 ปีขึ้นไปตามการสำรวจโดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราช (2020)
  2. ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) — ในระยะ 2-4 สัปดาห์หลังเหตุการณ์เฉียบพลัน เมื่อการกลืนเริ่มฟื้นตัวจากระดับ 3 สู่ระดับ 2 เป็นขั้นตอนปกติตามแนวทางสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย
  3. ผู้ป่วยพาร์กินสันระยะต้น (Hoehn & Yahr 1-2) — ใช้ระดับ 2 เพื่อป้องกันการสำลักเงียบ (silent aspiration) ขณะยังอยู่ในระยะควบคุมอาการได้ดี
  4. ผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะต้น (mild dementia) — มักเริ่มด้วยระดับ 2 ก่อนเลื่อนเป็นระดับ 3 เมื่อโรคดำเนินขึ้น
  5. ผู้ป่วยหลังผ่าตัดมะเร็งศีรษะและลำคอ ในระยะฟื้นตัวหลัง 3-6 เดือน
  6. ผู้ป่วย multiple sclerosis (MS) ที่มีอาการ dysphagia ระยะต้น

สัญญาณที่บ่งบอกว่าผู้ป่วยต้องการระดับ 2 (ไม่ใช่ระดับ 1 หรือ 3):


4. การเตรียมของเหลวระดับ 2 ที่บ้าน — วิธีการและสูตรสำหรับคนไทย

ผู้ดูแลที่บ้านในไทยมักใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความข้นที่หาได้ตามร้านขายยาและซูเปอร์มาร์เก็ต หรือสั่งทางออนไลน์ผ่าน Shopee/Lazada

ผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย:

ผลิตภัณฑ์ ชนิด ราคาโดยประมาณ (บาท) แหล่งจำหน่าย
Nutilis Clear (Nutricia) Xanthan gum-based 1,200-1,500/กระป๋อง 175g ร้านยาใหญ่, โรงพยาบาล
Resource ThickenUp Clear (Nestlé) Xanthan-based 1,000-1,300/กระป๋อง 125g บูธตาม รพ. เอกชน
Thick & Easy (Hormel) Modified starch 800-1,000/ถัง 225g นำเข้า, ร้านอุปกรณ์การแพทย์
แป้งข้าวโพด (cornstarch) Modified starch (โฮมเมด) 30-50/ถุง 500g ทุกซูเปอร์มาร์เก็ต

สูตรโฮมเมดสำหรับระดับ 2 (ต่อน้ำ 200 มล.):

⚠️ สำคัญ: ต้องทดสอบทุกครั้งด้วย Flow Test ก่อนให้ผู้ป่วย เพราะความข้นจะเปลี่ยนตามอุณหภูมิและเวลา


5. อาหารระดับ 2 ในบริบทอาหารไทย

ถึงแม้ “ระดับ 2” ในกรอบ IDDSI จะเป็นคำที่ใช้กับเครื่องดื่มเป็นหลัก แต่มีอาหารไทยหลายชนิดที่มีเนื้อสัมผัสใกล้เคียงกับระดับ 2 และสามารถดัดแปลงให้ผ่านการทดสอบได้:

⚠️ ข้อควรระวังเฉพาะสำหรับอาหารไทย:


6. ความเสี่ยงและข้อพึงระวัง

ความเสี่ยงสำคัญของการใช้ระดับ 2 ในระยะยาว:

  1. การขาดน้ำ (dehydration) — งานวิจัยพบว่าผู้ป่วยที่ใช้ของเหลวข้นดื่มน้ำเพียง 43-48% ของความต้องการจริง [4] ในบริบทไทยที่อากาศร้อนชื้น ความเสี่ยงขาดน้ำเพิ่มสูงขึ้น ต้องเฝ้าระวังอาการ เช่น ปัสสาวะเข้ม ผิวแห้ง ความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่า
  2. การรับรสชาติลดลง — ของเหลวข้นบดบังรสและกลิ่น ทำให้ผู้ป่วยเบื่ออาหาร
  3. ค่าใช้จ่ายสะสม — ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ราคา 30-50 บาท/วัน × 365 วัน = 10,000-18,000 บาท/ปี ซึ่งไม่ได้รับการเบิกจ่ายจาก สปสช. ในส่วนของผู้ป่วยนอก ต้องจ่ายเอง
  4. การใช้มากเกินจำเป็น (over-prescription) — การใช้ระดับสูงกว่าที่จำเป็นทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการกลืนของเหลวบาง กลายเป็น “ใช้ตลอดชีวิต” โดยไม่จำเป็น หลักการ “least restrictive diet” (อาหารจำกัดน้อยที่สุดที่ปลอดภัย) เป็นมาตรฐานสากลปัจจุบัน [3]

หลักฐานจาก Robbins 2008 (ProtectASSIST trial): งานวิจัยขนาดใหญ่นี้เปรียบเทียบผู้ป่วยที่ใช้ chin-down posture กับผู้ที่ใช้ของเหลวข้น (รวมถึงระดับ 2 และ 3) พบว่าแม้ของเหลวข้นลดการสำลักขณะกลืน แต่อัตราการเกิดปอดอักเสบจากการสำลักไม่ลดลงเมื่อเทียบกับกลุ่ม chin-down และอัตราการขาดน้ำในกลุ่มของเหลวข้นสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ [3]


7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (Common mistakes / Pitfalls)

  1. ไม่ทดสอบ Flow Test — ใช้ “ความรู้สึก” ว่า “ข้นพอแล้ว” แทนการวัดจริง ส่งผลให้ความข้นไม่คงที่
  2. ใช้แป้งข้าวโพดกับเครื่องดื่มเย็น — แป้งข้าวโพดต้องต้มสุกก่อน การใช้ดิบทำให้ความข้นไม่เสถียร
  3. เตรียมทิ้งไว้นานเกิน 30 นาที — ของเหลวระดับ 2 โดยเฉพาะแบบแป้ง จะข้นขึ้นกลายเป็นระดับ 3 หากทิ้งไว้นาน
  4. ใช้แซนแทนกัมมากเกินไป — จะเกิด “slime texture” เหนียวยืด แทนที่จะเป็นของเหลวข้น
  5. ไม่คำนึงถึงอุณหภูมิ — เครื่องดื่มร้อนจะเหลวลง เครื่องดื่มเย็นข้นขึ้น ต้องเตรียมตามอุณหภูมิที่จะเสิร์ฟจริง
  6. ใช้ระดับ 2 โดยไม่ได้รับการประเมินจาก SLP — การสั่งระดับเองโดยไม่มีการประเมินเป็นเรื่องอันตราย ควรปรึกษานักแก้ไขการพูดที่ รพ. หรือศูนย์บริการสาธารณสุขที่มีคลินิกกลืน

8. การเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพไทย

สิทธิการเบิกจ่าย:

สถานพยาบาลที่มีคลินิกกลืนในประเทศไทย:


Citations and sources

  1. IDDSI Framework (2019, updated 2020 errata). International Dysphagia Diet Standardisation Initiative. https://iddsi.org/framework — ระดับ 2 Mildly Thick specification and Flow Test criteria.
  2. Côté C, Giroux A, Villeneuve-Rhéaume A, Gagnon C, Germain I. Is IDDSI an Evidence-Based Framework? A Relevant Question for the Frail Older Population. Geriatrics. 2020;5(4):82. — Review of IDDSI evidence base including Level 2 thickener research.
  3. Robbins J, Gensler G, Hind J, et al. Comparison of 2 interventions for liquid aspiration on pneumonia incidence: a randomized trial. Ann Intern Med. 2008;148(7):509-518. (ProtectASSIST trial) — หลักฐานเรื่องความเสี่ยงของของเหลวข้น.
  4. Cichero JAY. Thickening agents used for dysphagia management: effect on bioavailability of water, medication and feelings of satiety. Nutr J. 2013;12:54. — งานวิจัยเรื่องการขาดน้ำในผู้ใช้ของเหลวข้น.
  5. สมาคมโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย. แนวทางการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนลำบาก. 2022.
  6. Namasivayam-MacDonald AM, Riquelme LF. Presbyphagia and dysphagia: Dysphagia. Perspectives of the ASHA Special Interest Groups. 2018;3(13):2-12.
  7. Steele CM, Alsanei WA, Ayanikalath S, et al. The influence of food texture and liquid consistency modification on swallowing physiology and function: a systematic review. Dysphagia. 2015;30(1):2-26.

This article paraphrases publicly-available IDDSI 2.0 framework materials and peer-reviewed research. For clinical practice, refer to the current official IDDSI documentation at iddsi.org and consult a qualified speech-language pathologist. This page is not medical advice.


Last updated: 2026-04-20 · License: CC BY 4.0 · Maintained by SeniorDeli (Carewells) — a Hong Kong social enterprise producing IDDSI-compliant care food for people living with dysphagia. Trade enquiries: [email protected]. This page is educational only; see About for our clinical partners and social mission.