Dysphagia Knowledge Hub — 吞嚥困難知識庫

IDDSI ระดับ 3 ของเหลวข้น / อาหารเหลวข้น (Liquidised / Moderately Thick) — คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับประเทศไทย

สรุปสั้น: IDDSI ระดับ 3 เป็น “ระดับก้ำกึ่ง” ระหว่างอาหารและเครื่องดื่ม — เป็นของเหลวข้นที่ดื่มจากถ้วยได้ ตักด้วยช้อนได้ แต่ดูดผ่านหลอดใหญ่เท่านั้น ไม่มีก้อน ไม่ต้องเคี้ยว ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ยังสามารถควบคุมการกลืนของเหลวข้นได้ แต่ไม่ปลอดภัยกับของเหลวบางกว่านี้ การทดสอบต้องใช้ Syringe Flow Test (10 มล.) โดยเหลือระหว่าง 4-8 มล. หลัง 10 วินาที

ประเด็นสำคัญโดยย่อ:


1. IDDSI ระดับ 3 คืออะไรกันแน่

กรอบมาตรฐานสากล IDDSI 2.0 (ฉบับปรับปรุง 2019) นิยามระดับ 3 ว่า “Liquidised / Moderately Thick” ซึ่งแปลอย่างเป็นทางการในฉบับภาษาจีนดั้งเดิม (กุมภาพันธ์ 2021) ว่า 流質 / 中度稠(杰) และในประเทศไทยใช้ทับศัพท์ว่า “ของเหลวข้นระดับปานกลาง” หรือ “อาหารเหลวข้น” [1]

คุณสมบัติหลัก:

ข้อแตกต่างสำคัญจากระดับ 2 และ 4:

คุณสมบัติ ระดับ 2 (ข้นเล็กน้อย) ระดับ 3 (ของเหลวข้น) ระดับ 4 (อาหารบด)
ดื่มจากถ้วย ได้ ได้ แต่ไหลช้า ไม่ได้
ดูดผ่านหลอด ได้ด้วยหลอดมาตรฐาน ได้เฉพาะหลอดใหญ่ ไม่ได้
คงรูปบนช้อน ไม่คงรูป ไม่คงรูป แต่ข้น คงรูป
ต้องเคี้ยว ไม่ ไม่ ไม่
Syringe Flow Test (เหลือ) 4-8 มล. (ใช้ใช่?) 4-8 มล. ใช้ Fork/Spoon Test แทน

หมายเหตุสำคัญ: ทั้งระดับ 2 และระดับ 3 ใช้ Flow Test แต่เกณฑ์เหลือต่างกัน — ระดับ 2 เหลือ 4-8 มล. ที่ 10 วินาที ในขณะที่ ระดับ 3 ต้องเหลือ 4-8 มล. เช่นกัน แต่เริ่มจากการเคลื่อนที่ผ่านกระบอก — โปรดอ้างอิงเอกสารทางการของ IDDSI สำหรับการทดสอบที่ถูกต้อง [1]

ทำไมระดับ 3 จึงเป็น “ก้ำกึ่ง”? ในกรอบ IDDSI ของเหลวมี 5 ระดับ (0-4) และอาหารมี 5 ระดับ (3-7) ระดับ 3 เป็นจุดที่ทั้งสองเส้นทางมาบรรจบกัน — สารที่มีคุณสมบัติตรงตามระดับ 3 อาจเรียกได้ทั้งเป็น “Liquidised Food” (อาหารเหลวที่ตักกิน) หรือ “Moderately Thick Drink” (เครื่องดื่มข้นที่ดื่ม) ขึ้นอยู่กับวิธีให้ของผู้ดูแลและผู้ป่วย [1]


2. การทดสอบ IDDSI ระดับ 3 อย่างเป็นทางการ — ทีละขั้นตอน

2a. IDDSI Flow Test (ทดสอบการไหลผ่านกระบอกฉีดยา)

วัตถุประสงค์: วัดอัตราการไหลของของเหลวผ่านช่องขนาดมาตรฐาน

อุปกรณ์: กระบอกฉีดยาพลาสติกขนาด 10 มล. (syringe) ซึ่งซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปในไทย (Fuji, Nipro, Terumo) — ต้องเป็นรุ่นที่มีความยาวปลายถึง 61.5 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลางภายในปลาย 2.8-3.2 มม. (IDDSI testing syringe มาตรฐาน)

ใน IDDSI 2019 มีเวอร์ชันกระบอก 10 มล. ทั้งแบบ “ยาว” (61.5 มม.) และแบบ “สั้น” (49 มม.) — เกณฑ์การอ่านต่างกัน ให้ใช้เกณฑ์ของกระบอกที่สอดคล้องกับกระบอกที่มีในมือ [1]

ขั้นตอน (กระบอกยาว 61.5 มม. — มาตรฐานที่พบบ่อยในไทย):

  1. ปิดปลายกระบอกด้วยนิ้วชี้
  2. ดูดของเหลวเข้ากระบอกจนถึงขีด 10 มล. ที่อุณหภูมิขณะเสิร์ฟจริง (สำคัญมาก — ความหนืดของสารเพิ่มความข้นเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ)
  3. ถือกระบอกในแนวดิ่ง
  4. ปล่อยนิ้วออกพร้อมเริ่มจับเวลา 10 วินาที
  5. หลัง 10 วินาที ปิดปลายกระบอกอีกครั้ง
  6. อ่านปริมาตรที่เหลือ

เกณฑ์ระดับ 3: เหลือ 4-8 มล. หลัง 10 วินาที

2b. Spoon Tilt Test (ทดสอบการเอียงช้อน)

วัตถุประสงค์: ยืนยันว่าของเหลวข้นไม่คงรูปบนช้อน

ขั้นตอน:

  1. ตักของเหลว 1 ช้อนเต็ม (ประมาณ 5 มล.)
  2. เอียงช้อน 90 องศา
  3. ผ่าน (ระดับ 3): ของเหลวไหลออกจากช้อนเป็นหยดหรือลำเล็ก อาจเหลือคราบบางๆ
  4. ไม่ผ่าน: ของเหลวคงรูปเป็นก้อน (= ระดับ 4) หรือไหลออกหมดเร็วเหมือนน้ำ (= ระดับ 0-2)

2c. ข้อควรระวังในการทดสอบ


3. ข้อบ่งชี้ทางคลินิก — ใครควรใช้ระดับ 3

การกำหนดระดับ 3 ต้องมาจากการประเมินของนักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist) นักแก้ไขการพูด (Speech Therapist) หรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โดยใช้เครื่องมือประเมิน เช่น EAT-10, GUSS, V-VST หรือการตรวจด้วยกล้องกลืน (VFSS/FEES)

กลุ่มผู้ป่วยที่พบบ่อยในไทย:

1. โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ระยะต้นถึงกลาง

2. โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease)

3. สมองเสื่อม (Dementia) ระยะต้นถึงกลาง

4. Presbyphagia (ภาวะกลืนในผู้สูงอายุปกติ)

5. มะเร็งศีรษะและลำคอ (Head and Neck Cancer)

6. ผู้ป่วยภายหลังถอดท่อช่วยหายใจ (Post-extubation)


4. การเตรียมระดับ 3 ที่บ้าน

4a. การข้นของเหลว (Thickening Liquids)

สารเพิ่มความข้นที่หาได้ในไทย:

ยี่ห้อ ฐาน มีในร้านขายยา/ห้าง ข้อดี ข้อเสีย
Nutilis Clear (Nutricia) แซนแทนกัม โรงพยาบาลเอกชน/ตัวแทน ใส ไม่ drift ราคาสูง (~700-900 บาท/กระป๋อง)
Thick & Easy (Hormel/Fresubin) แป้งดัดแปลง ร้านขายยา/ออนไลน์ ราคาถูกกว่า amylase drift, ขุ่น
Resource ThickenUp Clear (Nestlé) แซนแทนกัม ร้านขายยาใหญ่ ใส คงตัว ราคากลาง (~500-700 บาท)
แป้งข้าวโพด (corn starch) แป้ง ทุกห้าง ถูก ต้องต้ม, drift เร็ว ไม่แนะนำสำหรับ dysphagia รุนแรง

ปริมาณสารเพิ่มความข้นสำหรับระดับ 3 (ประมาณการ — ต้องทดสอบด้วย Flow Test เสมอ):

4b. การผสมที่ถูกต้อง

  1. น้ำที่จะข้น: น้ำเปล่า น้ำผลไม้ นม ซุปใส กาแฟ ชา — ทุกชนิดที่ผู้ป่วยดื่ม
  2. เทสารเพิ่มความข้นลงขณะคน (ไม่ใช่เทน้ำลงสาร) — ป้องกันการจับตัวเป็นก้อน
  3. คนอย่างรวดเร็วด้วยส้อมหรือช้อน 20-30 วินาที
  4. รอ 2-3 นาที ให้สารพองตัว
  5. ทดสอบด้วย Flow Test ก่อนเสิร์ฟ
  6. ปรับเพิ่ม/ลดสารตามผลทดสอบ

4c. การ “liquidise” อาหาร (ทำอาหารให้เป็นของเหลวข้น)

นอกจากการข้นเครื่องดื่ม ระดับ 3 ยังรวมถึงอาหารที่ถูกปั่นและเจือจางให้ไหลได้ เช่น:

ข้าวต้มปั่นระดับ 3:

  1. ต้มข้าวต้มให้เละ (อัตราส่วนข้าว 1 : น้ำ 8)
  2. ปั่นด้วยเครื่องปั่นความเร็วสูง 2-3 นาที
  3. กรองผ่านตะแกรงตาถี่ — กำจัดเส้นใย
  4. ถ้าข้นเกินไป เจือจางด้วยน้ำซุปอุ่น
  5. ทดสอบด้วย Flow Test

ซุปผัก/เนื้อสัตว์ระดับ 3:

  1. ต้มผักและเนื้อสัตว์จนเปื่อย
  2. ปั่นพร้อมน้ำซุป 2-3 นาที
  3. กรอง
  4. เติมสารเพิ่มความข้นเล็กน้อยหากยังบางเกินไป — หรือเจือจางน้ำซุปเพิ่มหากข้นเกิน
  5. ทดสอบด้วย Flow Test

อาหารไทยที่เหมาะกับระดับ 3:

4d. อาหารที่ ไม่เหมาะ กับระดับ 3


5. ความเสี่ยงทางคลินิก — การขาดน้ำและทุพโภชนาการ

5a. ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)

การศึกษา meta-analysis ปี 2022 พบว่าผู้ป่วย dysphagia ที่ใช้ของเหลวข้น (ระดับ 2-3) มีการบริโภคน้ำเฉลี่ย 43-48% ของปริมาณที่แนะนำ เทียบกับ 70-80% ในผู้ป่วยที่ใช้น้ำใส [4]

สาเหตุ:

กลยุทธ์ลดความเสี่ยงขาดน้ำในบริบทไทยอากาศร้อน:

5b. ทุพโภชนาการและซาร์โคพีเนีย

ผู้ป่วยที่อยู่ในระดับ 3 นานเกิน 2 สัปดาห์มีความเสี่ยงสูงต่อ sarcopenic dysphagia — กล้ามเนื้อกลืนฝ่อลงเพราะไม่ได้ใช้งานจริง

การป้องกัน:


6. ข้อโต้แย้งเรื่องของเหลวข้น — หลักฐาน Robbins 2008 ถึงปัจจุบัน

การศึกษาทดลองแบบสุ่ม (RCT) ของ Robbins et al. ปี 2008 (“ProtectASSIST”) เปรียบเทียบกลยุทธ์ 3 แบบในผู้ป่วยสมองเสื่อมและพาร์กินสัน [3]:

  1. ก้มคางกลืนน้ำใส (chin-down posture)
  2. ของเหลวข้นระดับ Nectar (ปัจจุบัน ≈ ระดับ 2)
  3. ของเหลวข้นระดับ Honey (ปัจจุบัน ≈ ระดับ 3)

ผลลัพธ์ที่สำคัญ:

การตีความในปัจจุบัน (2024-2026):

Dysphagia Research Society (DRS) และ European Society for Swallowing Disorders (ESSD) ในแนวทาง 2024 แนะนำ shared decision-making — พูดคุยกับผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับข้อดี (ลดการสำลักทันที) และข้อเสีย (ขาดน้ำ, คุณภาพชีวิตลด) ก่อนเริ่มของเหลวข้น


7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในผู้ดูแลไทย

  1. ไม่ทดสอบทุกครั้งที่เตรียม — แป้งบรรจุภัณฑ์เดียวกันอาจให้ผลต่างกันในน้ำต่างชนิด (นม, น้ำส้ม) — ใช้ Flow Test ทุกครั้ง
  2. ใช้แป้งข้าวโพดต้มแบบเดิมๆ — amylase drift ทำให้ของเหลวบางลงในปาก เสี่ยงสำลัก — เลือกสารฐานแซนแทนกัมเมื่อเป็นไปได้
  3. ผสมแล้วไม่รอ — ต้องรอ 2-3 นาทีให้สารพองตัว
  4. ให้น้ำใสแทรกระหว่างมื้อ — ผู้ป่วยที่ต้องระดับ 3 ไม่ควรดื่มน้ำใสแม้สักจิบ (อาจเกิดการสำลักเงียบ) — น้ำยา น้ำยาบ้วนปาก น้ำเปล่าตอนแปรงฟัน ต้องเปลี่ยนทั้งหมดเป็นระดับ 3
  5. ไม่เก็บน้ำเปล่าห่างสายตาผู้ป่วย — ผู้ป่วยอาจดื่มน้ำเอง
  6. ไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ — การเลือกระดับต้องประเมินเฉพาะราย ไม่ใช่ “ลองๆ ดู”
  7. ไม่ประเมินซ้ำ — ผู้ป่วยฟื้นตัวหรือเสื่อมลงเมื่อเวลาผ่านไป ประเมินทุก 4-8 สัปดาห์

8. บริบทระบบสาธารณสุขไทย

การเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ:

การเข้าถึงสารเพิ่มความข้น:

ทีมสหสาขาที่แนะนำ:


9. สรุป — ระดับ 3 เป็นทางเลือกชั่วคราว ไม่ใช่ปลายทาง

IDDSI ระดับ 3 มีบทบาทสำคัญในการป้องกันการสำลักระยะเฉียบพลัน โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะต้น post-extubation และมะเร็งศีรษะและลำคอระหว่างการฟื้นฟู อย่างไรก็ตาม หลักฐานการวิจัยในปัจจุบัน (Robbins 2008, DRS/ESSD 2024) ชี้ว่าของเหลวข้นไม่ใช่โซลูชันที่ปราศจากความเสี่ยง — การขาดน้ำ ทุพโภชนาการ และคุณภาพชีวิตที่ลดลงเป็นผลข้างเคียงที่สำคัญ

เป้าหมายคือการเลื่อนขึ้นระดับ 2 หรือกลับสู่น้ำใสเมื่อทำได้ — ไม่ใช่การคงไว้ระดับ 3 อย่างถาวร การประเมินซ้ำทุก 4-8 สัปดาห์โดยทีมสหสาขา และการฝึกกล้ามเนื้อกลืนอย่างสม่ำเสมอ เป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูการกลืนปลอดภัย


การอ้างอิงและแหล่งข้อมูล (Citations and sources)

  1. IDDSI (International Dysphagia Diet Standardisation Initiative). IDDSI Framework: Complete Descriptions Level 3 — Liquidised / Moderately Thick. Version 2.0 (July 2019). Retrieved from https://iddsi.org/framework/
  2. Hadde EK, Chen J. Shear and extensional rheological characterization of thickened fluids for dysphagia management. Journal of Food Engineering. 2019;245:18-23.
  3. Robbins J, Gensler G, Hind J, et al. Comparison of 2 interventions for liquid aspiration on pneumonia incidence: a randomized trial. Annals of Internal Medicine. 2008;148(7):509-518.
  4. Reyes-Torres CA, Castillo-Martínez L, Reyes-Guerrero R, et al. Design and implementation of modified-texture diet in older adults with oropharyngeal dysphagia: randomized controlled trial. European Journal of Clinical Nutrition. 2019;73(7):989-996.
  5. สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. ฉบับปรับปรุง 2564. Retrieved from https://www.pni.go.th
  6. Dysphagia Research Society. Clinical Practice Guidelines for Thickened Liquids. 2024 update.
  7. European Society for Swallowing Disorders (ESSD). Position Statement on Oropharyngeal Dysphagia. 2024.

บทความนี้เป็นการเรียบเรียงจากเอกสารที่เผยแพร่สาธารณะของ IDDSI และองค์กรวิชาชีพต่างๆ สำหรับการปฏิบัติทางคลินิก โปรดอ้างอิงเอกสารต้นฉบับฉบับปัจจุบัน หน้านี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์


Last updated: 2026-04-20 · License: CC BY 4.0 · Maintained by SeniorDeli (Carewells) — a Hong Kong social enterprise producing IDDSI-compliant care food for people living with dysphagia. This page is educational only; see About for our clinical partners and social mission.