Dysphagia Knowledge Hub — 吞嚥困難知識庫

IDDSI ระดับ 4 อาหารบด (Pureed) — คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ป่วยกลืนลำบากในประเทศไทย

สรุปสั้น: IDDSI ระดับ 4 (Pureed / อาหารบดละเอียด) คืออาหารเนื้อเนียนเรียบ ไม่มีก้อน มีความเกาะตัวเป็นเนื้อเดียว สามารถคงรูปบนช้อนได้ แต่จะหลุดเป็นก้อนเดียวเมื่อเอียงช้อน ไม่ต้องเคี้ยว ใช้สำหรับผู้ป่วยกลืนลำบากระดับปานกลางถึงรุนแรงที่ไม่สามารถจัดการอาหารเนื้อหยาบได้อย่างปลอดภัย การเตรียมและทดสอบที่ถูกต้องมีความสำคัญยิ่ง — ความผิดพลาดทำให้เกิดการสำลักและภาวะทุพโภชนาการ

ประเด็นสำคัญโดยย่อ:


1. IDDSI ระดับ 4 หมายถึงอะไรกันแน่

กรอบมาตรฐานสากล IDDSI 2.0 (ปี 2019) กำหนดระดับ 4 — Pureed (หรือ “Extremely Thick” เมื่อใช้กับเครื่องดื่ม) ไว้ดังนี้ [1]:

ในภาษาจีนดั้งเดิม (ฉบับ IDDSI แปลอย่างเป็นทางการ กุมภาพันธ์ 2021) เรียกว่า 糊狀 / 高度稠(杰) [1]

ทำไม “ไม่ต้องเคี้ยว” จึงสำคัญทางคลินิก? ผู้ป่วยที่ต้องการระดับ 4 มักมีแรงดันลิ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือการประสานงานของลิ้นบกพร่อง แม้ก้อนเล็กๆ ก็อาจกลายเป็นสิ่งสำลักเข้าทางเดินหายใจก่อนที่รีเฟล็กซ์การกลืนจะเริ่มทำงาน คำจำกัดความของ IDDSI มีความแม่นยำทางวิศวกรรม — อาหารใดก็ตามที่ต้องเคี้ยวถือว่า ไม่ใช่ ระดับ 4

ค่าอ้างอิง GBA (มาตรฐานเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า T/SATA 084) กำหนดค่าความแข็งต่ำกว่า 5 × 10³ N/m² และความหนืดฐานแป้งสูงกว่า 1,355 cP (ฐานแซนแทนกัมสูงกว่า 500 cP) สำหรับผลิตภัณฑ์ระดับ 4 ที่สอดคล้องมาตรฐาน [5]


2. การทดสอบ IDDSI ระดับ 4 อย่างเป็นทางการ — ทีละขั้นตอน

ไม่ใช้ Syringe Flow Test กับระดับ 4 การทดสอบที่ต้องทำมีสามอย่าง ได้แก่ Fork Drip Test, Spoon Tilt Test และ Fork Pressure Test โดยทดสอบที่ อุณหภูมิขณะเสิร์ฟจริง [1]

2a. Fork Drip Test (ทดสอบการหยดผ่านส้อม)

วัตถุประสงค์: ยืนยันว่าอาหารไม่ไหลอิสระ ควรคงรูปเป็นกองบนส้อม ไม่หยดลง

อุปกรณ์: ส้อมขนาดมาตรฐาน (ระยะห่างระหว่างซี่ประมาณ 4 มม.)

ขั้นตอน:

  1. วางอาหารประมาณ 10 มล. บนส้อม
  2. ถือส้อมในแนวนอนที่ระดับสายตา นาน 5 วินาที
  3. สังเกตผล:
    • ผ่าน (ระดับ 4): อาหารเป็นกองอยู่เหนือซี่ส้อม อาจมีหางสั้นๆ เคลื่อนช้า ไม่ไหลลงอย่างต่อเนื่อง
    • บางเกินไป (ระดับ 3 หรือต่ำกว่า): อาหารหยดลงผ่านซี่ส้อมต่อเนื่อง
    • หนาเกินไป (ระดับ 5 หรือสูงกว่า): อาหารคงรูปแข็ง ชิ้นส่วนอาจทะลุผ่านซี่ส้อม

2b. Spoon Tilt Test (ทดสอบการเอียงช้อน)

วัตถุประสงค์: ยืนยันความเกาะตัว — อาหารหลุดเป็นก้อนเดียว ไม่แยกเป็นของเหลวและของแข็ง

อุปกรณ์: ช้อนขนมหรือช้อนซุปมาตรฐาน

ขั้นตอน:

  1. ตักอาหารเต็มช้อน
  2. เอียงช้อน 45 องศา นาน 3 วินาที จากนั้นเอียง 90 องศา (ตะแคงเต็มที่)
  3. สังเกตผล:
    • ผ่าน (ระดับ 4): อาหารทั้งหมดหลุดเป็นก้อนเดียว (“ปึ๊ก”) อาจมีแค่ฟิล์มบางๆ ติดช้อน
    • แข็งเกินไป: อาหารยังติดช้อนแม้เอียงเต็มที่ ต้องสะบัดข้อมือ
    • บางเกินไป: อาหารไหลออกเหมือนของเหลว
    • แยกชั้น — ล้มเหลวร้ายแรง: ของเหลวไหลนำหน้าก่อนเนื้ออาหาร = ความเสี่ยงสำลักสูงมาก

หมายเหตุทางคลินิก: การหลุดเป็นก้อนเดียวเป็นลักษณะสำคัญที่สุดของระดับ 4 เมื่อผู้ป่วยมีการยกกล่องเสียงลดลงหรือรีเฟล็กซ์กลืนช้า อาหารที่ส่งมวลพร้อมกันทั้งหมดจะปลอดภัยกว่าอาหารที่มีของเหลวบางนำหน้า

2c. Fork Pressure Test (ทดสอบการกดด้วยส้อม)

วัตถุประสงค์: ยืนยันความเนียนและความแข็งที่เหมาะสม

ขั้นตอน:

  1. วางอาหารประมาณ 5 มล. บนจานแบน
  2. กดหลังซี่ส้อมลงบนผิวอาหาร
  3. สังเกตผล:
    • ผ่าน (ระดับ 4): ซี่ส้อมทิ้งรอยพิมพ์ชัดเจน อาหารเนียน ไม่คืนรูป
    • แข็งเกินไป: ทำรอยชัดไม่ได้
    • บาง/เหลวเกินไป: ซี่ส้อมจม รอยถูกของเหลวแทนที่
    • พบก้อน: ก้อนใดก็ตามที่ไม่ยุบตัวเรียบเมื่อถูกกด = ต้องปั่นใหม่และกรอง

3. ข้อบ่งชี้ทางคลินิก — ใครควรได้รับระดับ 4

การสั่งอาหารระดับ 4 ทำโดยนักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist) นักแก้ไขการพูด (Speech-Language Pathologist / SLP) หรือแพทย์ด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ หลังจากการประเมินการกลืนทางคลินิก (เช่น แบบคัดกรอง EAT-10, การประเมิน CSE, GUSS) หรือการส่องกล้อง FEES / VFSS ในประเทศไทย การประเมินมักทำที่โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป หรือโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โดยบุคลากรที่ผ่านการอบรมของสมาคมโรคหลอดเลือดสมองไทย สมาคมเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งประเทศไทย หรือภาควิชาโสต ศอ นาสิก

สภาวะที่มักต้องใช้ระดับ 4:

การพิจารณาในบริบทไทย: ในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) และกองทุนสวัสดิการข้าราชการ การประเมินการกลืนโดย SLP ครอบคลุมในโรงพยาบาลรัฐหลายแห่ง แต่ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูประดับ 4 ยังไม่อยู่ในสิทธิประโยชน์หลัก ครอบครัวส่วนใหญ่จึงเตรียมอาหารเอง


4. ความเสี่ยงด้านโภชนาการของอาหารระดับ 4

อาหารบดเป็นที่รู้กันดีว่าเสี่ยงต่อการได้รับสารอาหารไม่พอ สาเหตุหลัก:

  1. ความหนาแน่นพลังงานลดลง เมื่อเพิ่มของเหลวเพื่อให้ปั่นได้ เปลี่ยนจานข้าวกะเพรา (~500 kcal) เป็นข้าวกะเพราบด (~280 kcal ต่อปริมาตรเท่ากัน)
  2. สูญเสียวิตามินที่ละลายในน้ำ จากการปั่นที่ยาวนาน (B1, B6, C, folate)
  3. ลดความอยากอาหาร จากการนำเสนอที่ไม่ดึงดูด — รูป สี กลิ่นผิดเพี้ยน
  4. เวลามื้ออาหารยาว ผู้ป่วยเหนื่อยและเลิกทานก่อนอิ่ม
  5. ความจำเจ เมนูซ้ำซาก เพราะผู้ดูแลขาดไอเดียจานที่ปั่นแล้วยังอร่อย

กลยุทธ์เพิ่มพลังงาน-โปรตีน (food fortification):

ดูบทความของเราเรื่อง คู่มือผลิตภัณฑ์เสริมโภชนาการทางปาก (ONS) สำหรับผู้ป่วยกลืนลำบากในประเทศไทย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม


5. การเตรียมที่บ้าน — หลักการและเทคนิค

อุปกรณ์พื้นฐาน:

หลักการเตรียม:

  1. ปรุงจนนุ่มมากก่อนปั่น — เนื้อสัตว์ต้องเปื่อย ผักต้องสุกมากกว่าปกติ
  2. ปั่นร้อน — ที่อุณหภูมิ > 60°C เพื่อให้แป้งสุกเต็มที่และลดการแยกชั้น
  3. ใช้ของเหลวที่ให้คุณค่าทางโภชนาการ (น้ำสต็อก, นม, น้ำกะทิ, น้ำซุปโครงไก่)
  4. ปั่นนาน 2-3 นาที ที่ความเร็วสูงสุด พักเครื่องถ้าจำเป็น
  5. กรองผ่านตะแกรง เพื่อจับเส้นใยและก้อนที่หลุด (เลือก) — สำหรับผู้ป่วยความเสี่ยงสูง
  6. ทดสอบ 3 แบบ ก่อนเสิร์ฟ ทุกครั้ง ทุกชุด
  7. ปรับความข้นด้วยสารเพิ่มความข้น (thickener) หากจำเป็น ดูบทความ คู่มือเลือกสารเพิ่มความข้น — เปรียบเทียบชนิดแป้งกับแซนแทนกัม

อาหารไทยที่เหมาะและไม่เหมาะสำหรับระดับ 4

เหมาะ (ปั่นได้ดี) ไม่เหมาะ (หลีกเลี่ยง)
ข้าวต้มกุ้ง (ปั่นเนียน) ข้าวเหนียว (เหนียวเกินไป ติดเพดาน)
แกงจืดเต้าหู้ไข่ ส้มตำ (เส้นใยสูง แยกน้ำ)
ต้มจืดฟักทองหมูสับ (ปั่นรวมน้ำ) ลาบ, น้ำตก (เส้นใยเนื้อ ไม่เกาะตัว)
แกงมัสมั่นไก่ (กรองกระดูก) ข้าวเหนียวมะม่วง (เหนียว + ใย)
ต้มยำปลา (ต้องกรองก้าง) ผัดผัก (ใยผัก ไม่เนียนพอ)
แกงจืดฟักเขียว หมูแดดเดียว, เนื้อแห้ง
ข้าวสวยบดกับซุป (ถ้าบดเข้ากัน) ผลไม้เส้นใยสูง (สับปะรด, มะม่วงดิบ)
กล้วยน้ำว้าสุกบด ถั่วเปลือก (ต้องลอกเปลือก ปั่น กรอง)
ไข่ตุ๋น (ถ้าเนียน) ข้าวโพด (เปลือก + ใย)
กะทิ + ฟักทอง (แกงบวด) ผักใบเขียวดิบ (ใยสูง)

6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย — สิ่งที่ต้องระวัง

  1. “ปั่นรวมเป็นสีน้ำตาลเทา” — การปั่นทุกอย่างในจานรวมกันทำให้รูปลักษณ์แย่และกลิ่นรสสับสน แก้: ปั่นแต่ละอย่างแยก แล้วจัดวางบนจาน (protein, carb, vegetable แยกช่อง)
  2. ใช้น้ำเปล่าปั่น — ลดพลังงานและทำให้แยกชั้น แก้: ใช้น้ำสต็อก/นม/น้ำซุปเสมอ
  3. อุ่นอาหารบดในไมโครเวฟโดยไม่คน — เกิดจุดร้อนและเย็นผสมกัน เปลี่ยนเนื้อสัมผัส แก้: อุ่นในหม้อน้ำอุ่น (bain-marie) หรือคนทุก 30 วินาที
  4. “ก้อนซ่อน” — เส้นใยเนื้อไก่ เส้นใยผัก หรือเมล็ดพริกไทย แก้: กรองผ่านตะแกรง; ถ้าพบก้อนระหว่างทดสอบ = ทิ้งชุดนั้น
  5. ทดสอบผิดอุณหภูมิ — แป้งและเจลาตินจะเปลี่ยนความหนืดตามอุณหภูมิ แก้: ทดสอบที่อุณหภูมิเสิร์ฟจริง (~37-60°C)
  6. เสิร์ฟอาหารเหนียว (sticky) เช่น เนยถั่วบด ข้าวเหนียวบด — เกาะเพดานปาก เสี่ยงสำลัก
  7. ผสมของเหลวบางๆ ในจานเดียวกัน เช่น ซุปใสกับเนื้อบด = แยกชั้น การแยกชั้นเป็น critical failure ของ IDDSI
  8. ใช้ส่วนผสมที่มีก้างหรือกระดูก ต้องกรองอย่างระมัดระวัง — เศษกระดูกเล็กๆ อันตรายมาก
  9. ไม่บันทึกการทดสอบ — ในบ้านพักคนชราควรบันทึก batch, วัน, เวลา, ผู้ทดสอบ (เหมือน HACCP)

7. การเปลี่ยนระดับ — ขึ้นหรือลง?

เมื่อไรควรพิจารณาลดระดับ (3 หรือต่ำกว่า)?

เมื่อไรควรพิจารณาขึ้นระดับ (5 หรือสูงกว่า)?

ไม่ควรเปลี่ยนระดับด้วยตนเอง การประเมินซ้ำโดย SLP หรือทีมสหวิชาชีพเป็นสิ่งจำเป็น ดูบทความของเราเรื่อง โรคหลอดเลือดสมองและภาวะกลืนลำบาก — แนวทางการฟื้นฟู


8. การประสานงานระหว่างบ้าน-โรงพยาบาล-สถานดูแล

ในประเทศไทย การส่งต่อข้อมูลอาหารผู้ป่วยกลืนลำบากมักไม่เป็นระบบ ทีมผู้ดูแลควร:

  1. พกเอกสารระบุระดับ IDDSI — สร้างบัตรข้อมูลที่ระบุ “ผู้ป่วยชื่อ… ต้องการอาหาร IDDSI ระดับ 4 และของเหลวระดับ…” ไปพบแพทย์ทุกครั้ง
  2. สอนสมาชิกครอบครัวทุกคน — คนที่ป้อนอาหารไม่ใช่แค่คนเดียว ถ้าแม่บ้านหรือหลานไม่รู้หลักการ = อันตราย
  3. สื่อสารกับโรงพยาบาล เมื่อรับเข้า ICU, ทำหัตถการ, หรือรักษาต่อเนื่อง — แจ้งทีมโภชนาการและพยาบาลทันที
  4. กรณีย้ายบ้านพักคนชรา ตรวจสอบว่าสถานดูแลสามารถผลิตอาหาร IDDSI ระดับ 4 ได้อย่างสม่ำเสมอ ขอดู SOP การเตรียมอาหาร

9. แหล่งอ้างอิงและเอกสารทางการ

  1. IDDSI Framework and Descriptors (Version 2.0, 2019; Thai/Chinese terminology updated February 2021). International Dysphagia Diet Standardisation Initiative. https://iddsi.org/framework/
  2. IDDSI Testing Methods — Complete Guidance Document (2019). https://iddsi.org/IDDSI/media/images/Testing_Methods/Complete_IDDSI_Testing_Methods_2_0_July_2020.pdf
  3. Wright L, Cotter D, Hickson M, Frost G. Comparison of energy and protein intakes of older people consuming a texture modified diet with a normal hospital diet. J Hum Nutr Diet. 2005;18(3):213-9.
  4. Keller H, Chambers L, Niezgoda H, Duizer L. Issues associated with the use of modified texture foods. J Nutr Health Aging. 2012;16(3):195-200.
  5. T/SATA 084-2025 适老照护食 (Adult Care Food Standard). Guangdong-Hong Kong-Macao Greater Bay Area, 2025.
  6. Cohen DL, Roffe C, Beavan J, et al. Post-stroke dysphagia: A review and design considerations for future trials. Int J Stroke. 2016;11(4):399-411.
  7. Affoo RH, Foley N, Rosenbek J, Shoemaker JK, Martin RE. Swallowing dysfunction and autonomic nervous system dysfunction in Alzheimer’s disease: a scoping review of the evidence. J Am Geriatr Soc. 2013;61(12):2203-13.
  8. สมาคมโรคหลอดเลือดสมองไทย. แนวเวชปฏิบัติการดูแลภาวะกลืนลำบากในผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง. 2563. https://thaistrokesociety.org/
  9. สมาคมเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งประเทศไทย. การประเมินและจัดการผู้ป่วยกลืนลำบาก. 2564. https://rehabmed.or.th/

บทความนี้เรียบเรียงจากเอกสารมาตรฐานสาธารณะ IDDSI/GBA/สมาคมโรคหลอดเลือดสมองไทย สำหรับการปฏิบัติงานทางคลินิก กรุณาอ้างอิงเอกสารฉบับทางการปัจจุบัน บทความนี้ ไม่ใช่ คำแนะนำทางการแพทย์


อัปเดตล่าสุด: 2026-04-20 · สิทธิ์ใช้งาน: CC BY 4.0 · ดูแลโดย SeniorDeli (Carewells) — กิจการเพื่อสังคมในฮ่องกงที่ผลิตอาหารผู้ป่วยกลืนลำบากตามมาตรฐาน IDDSI หน้านี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ดู เกี่ยวกับเรา สำหรับข้อมูลคู่ค้าทางคลินิกและพันธกิจทางสังคมของเรา ติดต่อทางการค้า: [email protected]