Dysphagia Knowledge Hub — 吞嚥困難知識庫

IDDSI ระดับ 6 อาหารนุ่มและขนาดพอคำ — คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับประเทศไทย

สรุปสั้น ๆ: IDDSI ระดับ 6 (Soft & Bite-Sized หรือ “อาหารนุ่มและขนาดพอคำ”) คือระดับสำหรับผู้ป่วยกลืนลำบากที่ยังเคี้ยวได้และจัดการชิ้นอาหารเล็ก ๆ ได้อย่างปลอดภัย อนุภาคอาหารต้องไม่เกิน 15 มม. × 15 มม. (ขนาดประมาณเล็บหัวแม่มือ) สำหรับผู้ใหญ่ ต้องนุ่มพอที่จะบดด้วยส้อม ลิ้น หรือนิ้วได้โดยใช้แรงเบา ในบริบทไทย ข้าวนิ่ม ไข่ตุ๋น ปลาสวรรค์นึ่ง และกล้วยสุกหั่นเต๋าเป็นตัวอย่างที่เหมาะสมเมื่อปรับถูกหลัก

IDDSI ระดับ 6 คืออะไร

กรอบมาตรฐาน International Dysphagia Diet Standardisation Initiative (IDDSI) แบ่งอาหารและเครื่องดื่มออกเป็น 8 ระดับ (0–7) โดยใช้สีและตัวเลขเดียวกันทั่วโลก ระดับ 6 (สีน้ำเงิน, “Soft & Bite-Sized”) อยู่ก่อนระดับ 7 (อาหารปกติ/Regular) และถัดจากระดับ 5 (Minced & Moist) เป็นระดับที่ผู้ป่วยสามารถกลับเข้าใกล้อาหารปกติมากที่สุดก่อนกลับไปรับประทานอาหารธรรมดา

ระดับ 6 เหมาะสำหรับผู้ที่:

คนที่กลืนลำบากไม่ใช่ทุกคนต้องอยู่ที่ระดับ 4 หรือ 5 ตลอดไป — นักกิจกรรมบำบัดฝ่ายกลืน (speech-language pathologist/SLP) อาจปรับเพิ่มไปที่ระดับ 6 เมื่อการประเมินด้วยเครื่องมือ เช่น FEES (Fiberoptic Endoscopic Evaluation of Swallowing) หรือ VFSS (Videofluoroscopic Swallow Study) แสดงว่าการกลืนปลอดภัยขึ้น

ข้อกำหนดหลักของระดับ 6

ตามเอกสาร IDDSI Framework Detailed Definitions (กรกฎาคม 2019, revised 2024) อาหารระดับ 6 ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ต่อไปนี้ทั้งหมด:

1. ขนาดอนุภาค

2. ความนุ่ม (Softness)

3. ความชุ่มชื้น (Moisture)

4. ความเสี่ยงที่ต้องหลีกเลี่ยง

วิธีทดสอบอาหารระดับ 6 ที่บ้าน — 3 ขั้นตอน

IDDSI ออกแบบการทดสอบที่ใช้อุปกรณ์ในครัวเรือนเท่านั้น ไม่ต้องซื้อเครื่องมือพิเศษ

การทดสอบที่ 1 — ส้อมกดแล้วพังง่าย (Fork Pressure Test)

  1. วางชิ้นอาหารบนจานแบน
  2. วางส้อมโลหะมาตรฐานบนอาหาร
  3. กดด้วยนิ้วโป้งด้วยแรงเบา (ปลายนิ้วขาว = ใช้แรงประมาณ 17 kPa — เหมือนแรงกดก้อนไอติมครีม)
  4. ผ่าน: อาหารยุบตัว พังทลาย หรือผ่าส้อมได้ง่าย — ส้อมสามารถใช้ตัดผ่านอาหารได้โดยไม่ต้องเลื่อย
  5. ไม่ผ่าน: อาหารแข็ง ไม่ยุบ ต้องกดแรง = นี่คือระดับ 7 (อาหารปกติ) ซึ่งเสี่ยงเกินไป

การทดสอบที่ 2 — ขนาดชิ้น (Size Test)

  1. ผู้ใหญ่: ใช้ส้อมโลหะ 4 ซี่ (แต่ละซี่ห่างกัน 4 มม.) วางทาบบนชิ้นอาหาร ชิ้นต้องไม่กว้างกว่า 4 ซี่ของส้อมรวมกัน = 15 มม.
  2. เด็ก: ชิ้นต้องไม่ใหญ่กว่าเมล็ดถั่วลันเตา = 8 มม.
  3. หากชิ้นใหญ่เกิน ให้ใช้มีดตัด/หั่นให้ได้ขนาดที่ถูกต้องก่อนเสิร์ฟ

การทดสอบที่ 3 — ช้อนเอียง (Spoon Tilt Test — สำหรับน้ำซอสที่เสิร์ฟพร้อมอาหาร)

  1. ตักน้ำซอสที่มากับเนื้ออาหารด้วยช้อน
  2. เอียงช้อน
  3. ผ่าน: ของเหลวไหลเหมือนน้ำเปล่า (Level 0) หรือข้นตามที่แพทย์สั่ง
  4. ไม่ผ่าน: ของเหลวเหนียวเกาะช้อน ไม่ไหล = อาจเข้าข่ายระดับ 3 หรือ 4 ต้องปรับให้ใสลงหรือปรึกษา SLP

ตัวอย่างอาหารไทยที่เหมาะกับระดับ 6

เมนูหลักที่เหมาะสม (เมื่อปรับถูกวิธี)

เมนู วิธีปรับให้ผ่านระดับ 6
ข้าวสวยนิ่ม หุงด้วยน้ำมากกว่าปกติ 1.5 เท่า ให้ข้าวนุ่มเปียก ไม่แห้งร่วน
ข้าวต้ม ต้มให้เมล็ดข้าวเริ่มแตกแต่ยังมีรูปร่าง
ไข่ตุ๋น (Steamed Egg Custard) นึ่งด้วยน้ำซุปจนเซตเป็นคัสตาร์ด ตัดเป็นชิ้น 15 มม.
ปลานึ่งซีอิ๊ว เลือกปลาไม่มีก้าง (ปลาดอลลี่/ปลานิลแล่) แกะเนื้อเป็นชิ้นเล็ก ราดน้ำซอสที่ข้นตามแพทย์สั่ง
หมูสับนึ่งไข่เค็ม สับหมูละเอียด นึ่งจนเซต ตัดเป็นคำเล็ก ๆ
เต้าหู้ไข่ หั่นเป็นเต๋าขนาด 10–15 มม. ราดน้ำซอสใสหรือข้นเล็กน้อย
ต้มจับฉ่าย (ไม่มีก้าน) ต้มผักใบเขียวจนนุ่มมาก ตัดเอาก้านที่แข็งออก ไม่มีเปลือกผัก
แกงจืดฟักเขียว ต้มฟักจนใส นุ่ม หั่นเต๋าเล็ก (≤15 มม.)
กล้วยสุก เลือกกล้วยหอมสุกมาก ๆ หั่นเป็นเหรียญบางหรือเต๋าเล็ก
แก้วมังกร/มะละกอสุก ตัดเนื้อเป็นเต๋าเล็ก 10–15 มม. (เอาเมล็ดออก)

เมนูที่ต้องหลีกเลี่ยง (เสี่ยงติดคอ)

ระดับ 6 กับบริบทการดูแลในประเทศไทย

ในโรงพยาบาล

โรงพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้เริ่มใช้กรอบ IDDSI ในหน่วยโภชนาการและหน่วยฟื้นฟูการกลืน ผู้ป่วยที่อยู่ในขั้นการถอดระดับลง (downgrading) จากอาหารทางสายยางหรือจากระดับ 4/5 มักถูกปรับเป็นระดับ 6 ก่อนกลับบ้าน ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การดูแลของนักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist) และนักแก้ไขการพูด (Speech-Language Pathologist) ซึ่งประเมินความปลอดภัยการกลืนด้วยเครื่องมือ เช่น FEES, VFSS, หรือ Clinical Swallowing Evaluation

ที่บ้าน — บทบาทผู้ดูแลหลัก

เมื่อผู้ป่วยกลับบ้าน ผู้ดูแลหลัก (ลูก สะใภ้ หรือพนักงานดูแลผู้สูงอายุ) จะต้อง:

  1. ยืนยันระดับอาหารที่ทีมฟื้นฟูกำหนด (อย่าเดาเอง)
  2. เรียนรู้การทดสอบ 3 ขั้นตอนก่อนเสิร์ฟอาหารทุกมื้อ
  3. สังเกตสัญญาณอันตราย เช่น ไอเมื่อกิน เสียงเปลี่ยน ไข้ไม่ทราบสาเหตุ (อาจเป็นปอดอักเสบจากการสำลัก)
  4. แจ้งทีมฟื้นฟูหากเห็นอาการผิดปกติ หรือผู้ป่วยปฏิเสธอาหาร

อาหารสำเร็จรูประดับ 6 ในประเทศไทย

ตลาดอาหารเนื้อสัมผัสพิเศษในประเทศไทยยังเล็ก อาหารสำเร็จรูปที่ติดฉลาก IDDSI ระดับ 6 อย่างชัดเจนหายาก — ครอบครัวส่วนใหญ่ต้องเตรียมเอง อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้กำลังขยายตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ทั้งในฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย) และคาดว่าจะเข้าสู่ตลาดไทยมากขึ้นในช่วง 2026–2028

ข้อผิดพลาดที่ผู้ดูแลควรระวัง

1. เชื่อใจ “ดูเหมือนนุ่ม” มากเกินไป

อาหารอาจดูนุ่มจากภายนอกแต่มีเส้นใยแข็งภายใน (เช่น หน่อไม้ สับปะรด บางส่วนของผักบุ้ง) — ต้องทำการทดสอบส้อมทุกครั้ง ไม่ใช่ดูด้วยตาเท่านั้น

2. หั่นชิ้นใหญ่เกินไป

ครัวทั่วไปมักหั่นเนื้อไก่หรือหมูเป็นเต๋าขนาด 2–3 ซม. สำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเกินขนาด 15 มม. — ต้องหั่นเล็กกว่าที่คิดประมาณครึ่งหนึ่ง

3. ลืมของเหลวข้น

หากผู้ป่วยต้องดื่มน้ำข้นที่ระดับ 2 หรือ 3 (mildly/moderately thick) อย่าลืมว่าน้ำซุป น้ำผลไม้ นม ก็ต้องเป็นระดับเดียวกัน — ของเหลวใสในอาหารมื้อเดียวกันเป็นอันตราย

4. เลื่อนจากระดับ 5 ขึ้น 6 เร็วเกินไป

การเลื่อนระดับควรเป็นการตัดสินใจของทีมฟื้นฟู ไม่ใช่ครอบครัว — หากผู้ป่วยยังไอเวลากินหรือมีน้ำเสียงแปร่ง (wet voice) อยู่ อาจยังไม่พร้อม

5. ละเลยสุขภาพช่องปาก

การรักษาสุขภาพช่องปากที่ดี (แปรงฟันหลังมื้ออาหาร + ทำความสะอาดลิ้น) ลดความเสี่ยงปอดอักเสบจากการสำลักอย่างมีนัยสำคัญ ตามงานวิจัย Yoneyama et al. (2002) และการศึกษาต่อเนื่องในช่วง 2024–2026 แสดงว่าการดูแลช่องปากอย่างเป็นระบบลดการเข้ารับการรักษาด้วยปอดอักเสบได้ 35–40%

ทรัพยากรเพิ่มเติม

Citations and sources

This article paraphrases publicly-available IDDSI 2.0 framework documentation. For clinical practice, refer to the current official IDDSI documentation and consult a registered speech-language pathologist or dietitian. This page is not medical advice.


Last updated: 2026-04-20 · License: CC BY 4.0 · Maintained by SeniorDeli (Carewells) — a Hong Kong social enterprise producing IDDSI-compliant care food for people living with dysphagia. Trade enquiries: [email protected]. This page is educational only; see About for our clinical partners and social mission.